เล่มที่ 26

ส่วนที่ 54

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 54 อ้างอิง: Book 26, Section 54 ประเภท: section


เนื้อหา

ตัณหานั้น ได้แก่กรรมที่ยังอัตภาพนี้ให้เกิด. พระองค์ตรัสเวทนา ผัสสะ สฬายตนะ นามรูป และวิญญาณไว้เพื่อจะทรงแสดงถึงอัตภาพที่ กรรมดำรงอยู่ประมวลไว้. เพราะมีอวิชชาและสังขาร กรรมจึงให้อัตภาพ นั้นเกิด. พระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อทรงแสดงธรรมแม้ทั้ง ๒ ประการ คือ กรรมและวิบากของกรรม โดยสังเขปว่า อัตภาพในฐานะทั้ง ๒ กรรมที่ยังอัตภาพนั้นให้เกิดในฐานะทั้ง ๒ ทรงทำเทศนาให้มุ่งเฉพาะอดีต แสดงวัฏฏะโดยนัยที่เป็นอดีต ด้วยประการฉะนี้. ในข้อนั้น ไม่พึงเห็นว่า เทศนาไม่บริบูรณ์ เพราะไม่ทรงแสดงอนาคตไว้ แต่พึงเห็นว่าบริบูรณ์ โดยนัย. เปรียบเสมือนบุรุษผู้มีจักษุ เห็นจระเข้นอนอยู่เหนือน้ำ เมื่อ มองเฉพาะส่วนหน้าของมัน ก็จะเห็นแต่คอ ในเข้าไปก็แผ่นหลัง สุดท้าย ก็โคนหาง แต่เมื่อมองดูใต้ท้อง ก็จะไม่เห็นปลายหางที่อยู่ในน้ำ และ เท้าทั้ง ๔ เพียงเท่านี้ บุรุษนั้นจะถือว่า จระเข้ไม่บริบูรณ์ (มีอวัยวะ ไม่ครบ) หาได้ไม่ แต่เมื่อว่าโดยนัยก็ถือได้ว่า จระเข้มีอวัยวะครบ บริบูรณ์ ฉันใด ข้ออุปไมยนี้ ก็พึงทราบ ฉันนั้น. ก็วัฏฏะอันเป็นไปในไตรภูมิ เปรียบเหมือนจระเข้ที่นอนอยู่เหนือน้ำ. พระโยคาวจรเปรียบเหมือนบุรุษผู้มีจักษุที่ยืนอยู่ริมฝั่งน้ำ. เวลาที่พระโยคี เห็นอัตภาพนี้ ด้วยอำนาจอาหาร ก็เหมือนเวลาที่บุรุษนั่นเห็นจระเข้ที่ เหนือผิวน้ำ. เวลาที่ตัณหาที่ให้อัตภาพนี้เกิด เหมือนเวลาที่บุรุษนั้นเห็น คอข้างหน้า. เวลาที่เห็นอัตภาพที่คนทำกรรมที่ประกอบด้วยตัณหา ด้วย อำนาจเวทนาเป็นต้น เหมือนเวลาที่บุรุษนั้นเห็นหลัง. เวลาที่อวิชชาและ สังขารที่ให้อัตภาพนั้นเกิด ก็เหมือนเวลาที่เห็นโคนหาง. ก็ปัจจยวัฏไม่มา ในบาลีในที่ใด ๆ ในที่นั้น ๆ อย่าถือว่า เทศนาไม่บริบูรณ์ พึงถือเอา โดยนัยว่า บริบูรณ์ทีเดียว เปรียบเหมือนบุรุษนั้น เมื่อมองดูใต้ท้อง แม้จะไม่เห็นปลายหาง และเท้าทั้ง ๔ ก็ไม่ถือว่า จระเข้มีอวัยวะไม่บริบูรณ์ แต่ถือโดยนัยว่า บริบูรณ์ฉะนั้น. ก็ในข้อนั้น ทรงแสดงวัฏฏะมีสนธิ สังเขป ๓ ประการ คือ ระหว่างอาหารและตัณหา จัดเป็นสนธิหนึ่ง ระหว่างตัณหาและเจตนา จัดเป็นสนธิหนึ่ง ระหว่างวิญญาณและสังขาร จัดเป็นสนธิหนึ่ง ดังพรรณนามาฉะนี้.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ