เล่มที่ 26

ส่วนที่ 47

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 47 อ้างอิง: Book 26, Section 47 ประเภท: section


เนื้อหา

พึงทราบวินิจฉัยในคำนั้น (คำว่า อุปาทินฺนโกปิ อตฺถิ อนุปา- ทินฺนโกปิ ) ดังต่อไปนี้ :- พึงทราบกพฬีการาหารที่เป็นอุปาทินนกะ ด้วยอำนาจกบเป็นต้น ที่ถูกงูกลืนกิน. อันกบเป็นต้น ถูกงูกลืนกิน แม้จะอยู่ในท้องก็มีชีวิตอยู่ ชั่วเวลาเล็กน้อยเท่านั้น. กบเหล่านั้น ตราบใดที่ยังอยู่ในฝ่ายอุปาทินนกะก็ไม่สำเร็จประโยชน์เป็นอาหารตราบนั้น แต่เมื่อทำลายไปอยู่ในฝ่ายอนุปาทินนกะจึงให้สำเร็จเป็นอาหารได้. ท่าน กล่าวว่า อุปาทินนกาหาร ก็จริง แต่คำที่ว่านี้ ท่านเพิ่มเข้าในอรรถกถา ว่า อาจารย์ทั้งหลายมิได้กล่าวไว้ แล้วกล่าวไว้ดังนี้ว่า อาหารที่เกิดร่วม กับปฏิสนธิจิตของสัตว์เหล่านี้ ซึ่งกินก็ดี ไม่กินก็ดี บริโภคก็ดี ไม่ บริโภคก็ดี ชื่อว่า กัมมชรูป (รูปเกิดแต่กรรม) มีอยู่ อาหารนั้นย่อม หล่อเลี้ยงชีวิตไปได้จนถึงวันที่ ๗. อาหารนี้แหละพึงทราบว่า กพฬี- การาหารที่เป็นอุปาทินนกะ. ผัสสะเป็นต้นที่เป็นอุปาทินนกะพึงทราบด้วย อำนาจวิบากอันเป็นไปในภูมิ ๓. ที่เป็นปาทินนกะพึงทราบด้วยอำนาจ กุศลจิต อกุศลจิต และกิริยาจิตที่เป็นไปในภูมิ ๓. ส่วนที่เป็นโลกุตระ ท่านกล่าวไว้โดยที่กินความถึงด้วย. ในข้อนี้ท่านผู้ท้วงได้ท้วงว่า ผิว่า อาหารมีอรรถว่า ปัจจัย ปัจจัยมีอรรถว่า อาหารไซร้ เมื่อเป็นเช่นนั้น เพราะเหตุไร เมื่อปัจจัย แม้เหล่าอื่นของสัตว์ทั้งหลายมีอยู่ พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสอาหาร ๔ เหล่านี้ไว้เล่า. จะเฉลยต่อไป:-


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ