เล่มที่ 26

ส่วนที่ 15

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 15 อ้างอิง: Book 26, Section 15 ประเภท: section


เนื้อหา

ก็ในปฏิโลมกถา คำว่า อวิชฺชายเตฺวว ตัดเป็น อวิชฺชาย ตุ เอว. บทว่า อเสสวิราคนิโรธา ได้แก่เพราะอวิชชาดับโดยไม่เหลือด้วยมรรค กล่าวคือวิราคะ (การสำรอก). การที่สังขารดับโดยไม่เกิดขึ้น (อีก) ชื่อสังขารนิโรธะ (สังขารดับ). ก็เพื่อแสดงว่า เพราะการดับสังขาร และเพราะการดับขันธ์ ๕ มีวิญญาณเป็นต้น ที่ดับไปแล้วอย่างนี้ นามรูป ชื่อว่า เป็นของดับไปแล้วเหมือนกัน พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า สงฺขารนิโรธา วิญฺาณนิโรโธ เพราะสังขารดับ วิญญาณจึงดับ เป็นต้น แล้วตรัสว่า เอวเมตสฺส เกวลสฺส ทุกฺขกฺขนฺธสฺส นิโรโธ โหติ ความดับแห่งกองทุกข์ทั้งมวลนี้ ย่อมมีด้วยประการฉะนี้. บรรดา บทเหล่านั้น บทว่า เกวลสฺส แปลว่า ทั้งสิ้น คือล้วน ๆ อธิบายว่า เว้นแล้วจากสัตว์. บทว่า ทุกฺขกฺขนฺธสฺส แปลว่า กองทุกข์. คำว่า นิโรโธ โหติ คือการไม่เกิดขึ้น. ดังนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้นตรัสวัฏกถา ( กถาว่าด้วยวัฏฏะ) ด้วยบท ๑๒ บท โดยอนุโลม ย้อมกลับบทนั้นแล้ว ตรัสวิวัฏกถา (นิพพาน) ด้วยบท ๑๒ บท ทรงยึดยอดพระเทศนาด้วยอรหัต. ในเวลาจบเทศนา ภิกษุนักวิปัสสนาจำนวน ๕๐๐ รูปเหล่านั้นเป็น บุคคลชั้นอุคฆติตัญญู แทงตลอดสัจจะ ดำรงอยู่ในพระอรหัตผล เหมือน ดอกปทุมที่ถึงความแก่กล้าพอต้องแสงอาทิตย์ก็บานแล้วฉะนั้น.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ