เล่มที่ 26

ส่วนที่ 3

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 3 อ้างอิง: Book 26, Section 3 ประเภท: section


เนื้อหา

อนึ่ง ด้วยคำว่า ภิกฺขโว นี้ ซึ่งมีการทอดพระเนตรลง อัน แสดงถึงพระฤทัยอันเยือกเย็นซึ่งแผ่ซ่านด้วยพระกรุณา พระผู้มีพระ- ภาคเจ้า ทรงกระทำภิกษุเหล่านั้นให้หันมาทางพระองค์ ทรงให้ภิกษุ เหล่านั้นเกิดความเป็นผู้ใคร่ฟัง ด้วยพระดำรัสซึ่งแสดงความเป็นผู้ใคร่จะ ตรัสนั้นนั่นแล ทรงประกอบภิกษุเหล่านั้นไว้ในมนสิการด้วยดี ด้วย อรรถคือการปลุกให้ตื่นนั่นแล เพราะการทำคำสอนให้ถึงพร้อม ต้อง ประกอบด้วยมนสิการให้ดี. หากจะมีคำถามว่า เมื่อมีทวยเทพ และมนุษย์อื่น ๆ อยู่ เหตุไฉน พระผู้มีพระภาคเจ้า จึงตรัสเรียกแต่ภิกษุเท่านั้น. ตอบว่า เพราะภิกษุเหล่านั้นเป็นหัวหน้า เป็นผู้ประเสริฐ อยู่ใกล้ และมีจิตตั้งมั่นแล้วในกาลทุกเมื่อ. จริงอยู่ พระธรรมเทศนาของ พระผู้มี- พระภาคเจ้า เป็นสาธารณะแก้บริษัททุกเหล่า. ภิกษุทั้งหลายชื่อว่าเป็น หัวหน้าบริษัท เพราะเกิดขึ้นก่อน ชื่อว่าเป็นผู้ประเสริฐ เพราะประพฤติ คล้อยตามพระจริยาวัตรพระศาสดาตั้งต้นแต่ความเป็นผู้ไม่มีเรือน และ เพราะรับเอาคำสอน ( ของพระศาสดา) ทั้งสิ้น ชื่อว่าเป็นผู้อยู่ใกล้ เพราะ นั่งใกล้พระศาสดา ( และ ) ชื่อว่ามีจิตตั้งมั่นแล้วในกาลทุกเมื่อ เพราะ เที่ยวไปในสำนักพระศาสดา. อีกอย่างหนึ่ง ภิกษุเหล่านั้นเป็นภาชนะ รองรับพระธรรมเทศนา เพราะเป็นผู้ปฏิบัติตามคำสอน (ของพระ ศาสดา) และเพราะเป็นผู้พิเศษ. แม้พระธรรมเทศนานี้ ทรงหมายถึง ภิกษุบางพวกเท่านั้น. เพราะฉะนั้น จึงตรัสเรียกอย่างนี้ ถามว่า พระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อทรงแสดงธรรม ตรัสเรียกภิกษุก่อน ย่อมไม่ แสดงธรรมเลยเพื่ออะไร. ตอบว่า เพื่อให้ (พวกภิกษุ) เกิดสติ (เพราะ) ภิกษุทั้งหลาย เมื่อคิดเรื่องอื่น จะนั่งมัวมีจิตฟุ้งซ่านบ้าง มัวพิจารณาธรรมอยู่บ้าง มัวทำใจในกัมมัฏฐานบ้าง เมื่อ พระผู้มี- พระภาคเจ้า ไม่ตรัสเรียกพวกเธอเลย ทรงแสดงธรรมไป พวกเธอจะไม่ สามารถกําหนดได้ว่า พระธรรมเทศนานี้ มีอะไรเป็นเบื้องต้น มีอะไร เป็นปัจจัย ทรงแสดงเพราะอัตถุปัตติอย่างไหน จะพึงรับเอาได้ไม่ดี หรือ รักเอาไม่ได้เลย เพราะเหตุนั้น เพื่อจะให้ภิกษุเหล่านั้นเกิดสติ พระผู้มี- พระภาคเจ้า จึงตรัสเรียกเสียก่อน แล้วจึงแสดงธรรมภายหลัง.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ