เล่มที่ 25
ส่วนที่ 297
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 297 อ้างอิง: Book 25, Section 297 ประเภท: section
เนื้อหา
ท่านพระอนุรุทธะกล่าวว่า เหล่านางเทพกัลยาผู้มีคติอันทราม ดำรงมันอยู่ในกายของตน สัตว์ทั้งหลาย เหล่านั้น แม้เป็นผู้มีคติอันทราม ก็ถูก นางเทพกัลยาปรารถนา. เทวดาชื่อชาลินีกล่าวว่า เหล่าสัตว์ผู้ไม่ได้เห็นที่อยู่อันเป็นที่ น่าเพลิดเพลินของนรเทพชั้นไตรทศผู้มียศ ก็ชื่อว่าไม่รู่จักความสุข. ท่านพระอนุรุทธะกล่าวว่า ดูก่อนเทวดาผู้เขลา ท่านไม่รูแจ้ง ตามคำของพระอรหันต์ว่า สังขารทั้งปวง ไม่เที่ยง มีอันเกิดขึ้นและเสื่อมไป เป็นธรรมดา บังเกิดขึ้นแล้วย่อมดับไป การเข้าไประงับสังขารเหล่านั้นเสียได้ เป็นสุข บัดนี้ การอยู่ครอบครองของเรา ไม่มีอีกต่อไป ตัณหาประดุจดังว่าข่ายใน หมู่เทพของเราก็ไม่มี สงสารคือชาติสิ้น ไปแล้ว บัดนี้ภพใหม่ ไม่มีอีกต่อไป. พึงทราบวินิจฉัยในอนุรุทธสูตร ที่ ๖ ต่อไปนี้ :- บทว่า ปุราณทุติยิกา คือ อัครมเหสีในอัตภาพก่อน. บทว่า โสภสิ ได้แก่ เมื่อก่อนก็งาม เดี๋ยวนี้ก็งาม. บทว่า ทุคฺคตา ความว่า ไปชั่วด้วยคติอันชั่วก็หาไม่. จริงอยู่ เทวกัญญาอยู่ในสุคติย่อมเสวยสมบัติ. แต่ไปชั่วด้วยคติชั่วทางปฏิบัติ. เพราะว่า เทวกัญญาเหล่านั้นจุติจากสุคตินั้น แล้ว จะเกิดในนรกก็ได้ เพราะฉะนั้น จึงชื่อว่า ไปชั่ว. บทว่า ปติฏฺิตา ความว่า จริงอยู่ เมื่อบุคคลตั้งอยู่ในสักกายทิฏฐิย่อมตั้งอยู่ด้วยเหตุ ๘ ประการ คือรักด้วยอำนาจราคะ โกรธด้วยอำนาจโทสะ หลงด้วยอำนาจโมหะ ถือตัว ด้วยอำนาจมานะ ถือผิดด้วยอำนาจทิฏฐิ เพิ่มกำลังด้วยอำนาจอนุสัยไม่สิ้นสุด ด้วยอำนาจแห่งวิจิกิจฉา ฟุ้งซ่านด้วยอำนาจอุทธัจจะ แม้เทวกัญญาเหล่านั้น ก็ตั้งอยู่อย่างนี้.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ