เล่มที่ 25
ส่วนที่ 265
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 265 อ้างอิง: Book 25, Section 265 ประเภท: section
เนื้อหา
ท่านพระสารีบุตรจึงกราบทูลอีกว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ หากว่าพระ ผู้มีพระภาคเจ้า ไม่ทรงติเตียนกรรมไร ๆ อันเป็นไปทางกาย หรือทางวาจา ของข้าพระองค์ไซร้ ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ก็พระผู้มีพระภาคเจ้าจะไม่ทรง ติเตียนกรรมไร ๆ อันเป็นไปทางกายหรือทางวาจาของภิกษุ ๕๐๐ รูปเหล่านี้บ้าง หรือ. พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า สารีบุตร เราไม่ติเตียนกรรมไร ๆ อัน เป็นไปทางกายหรือทางวาจา ของภิกษุ ๕๐๐ รูปแม้เหล่านี้ สารีบุตร เพราะ บรรดาภิกษุ ๕๐๐ รูปเหล่านั้น ภิกษุ ๑๐ รูป เป็นผู้ได้วิชชา ๓ อีก ๖๐ รูป เป็นผู้ได้อภิญญา ๖ อีก ๖๐ รูป เป็นผู้ได้อุภโตภาควิมุตติ ส่วนที่ยังเหลือเป็น ผู้ได้ปัญญาวิมุตติ. ครั้งนั้นแล ท่านพระวังคีสะลุกขึ้นจากอาสนะ ทำผ้าห่มเฉวียงบ่าข้าง หนึ่งแล้ว ประณมอัญชลีไปทางพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว ได้กราบทูลพระผู้มีพระ ภาคเจ้าดังนี้ว่า ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า เนื้อความนี้ย่อมแจ่มแจ้งกะข้าพระองค์ ข้าแต่พระสุคต เนื้อความนี้ย่อมแจ่มแจ้งกะข้าพระองค์. พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสว่า เนื้อความนั้นจงแจ่มแจ้งกะเธอเถิด วังคีสะ. ครั้งนั้นแล ท่านพระวังคีสะ ได้สรรเสริญพระผู้มีพระภาคเจ้า ในที่เฉพาะพระพักตร์ด้วยคาถาทั้งหลาย้อนสมควรว่า วันนี้เป็นวันอุโบสถที่ ๑๕ ภิกษุ ๕๐๐ รูป มาประชุมกันเพื่อความบริสุทธิ์ ล้วน เป็นผู้ตัดกิเลสเครื่องประกอบและเครื่อง ผูกได้แล้ว เป็นผู้ไม่มีความคับแค้น เป็น ผู้มีภพใหม่สิ้นแล้ว เป็นผู้แสวงหาคุณอัน ประเสริฐ พระเจ้าจักพรรดิห้อมล้อมด้วย อำมาตย์เสด็จเลียบพระมหาอาณาจักรนี้ ซึ่ง มีสมุทรสาครเป็นขอบเขตโดยรอบ ฉันใด สาวกทั้งหลายผู้บรรลุไตรวิชชา ผู้ละ มฤตยุราเสียได้ ย่อมนั่งห้อมล้อมพระผู้มี พระภาคเจ้า ผู้ชนะสงความแล้ว เป็นผู้ นำพวกอันหาผู้นำอื่นยิ่งกว่าไม่มี ฉันนั้น พระสาวกทั้งหมดเป็นบุตรของพระผู้มีพระ ภาคเจ้า ผู้ชั่วช้าไม่มีในสมาคมนี้ ข้าพระ- องค์ขอถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้ หักลูกศรคือตัณหาเสียได้ ผู้เป็นเผ่าพันธุ์ พระอาทิตย์ ดังนี้.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ