เล่มที่ 25

ส่วนที่ 76

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 76 อ้างอิง: Book 25, Section 76 ประเภท: section


เนื้อหา

ลำดับนั้น มารผู้มีบาปเป็นทุกข์ เสียใจว่า อุปจาลาภิกษุณีรู้จักเรา ดังนี้ จึงได้อันตรธานไปในที่นั้นเอง. ในอุปจาลาสูตรที่ ๗ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้ :- บทว่า เอนฺติ มารวสํ ปุน ความว่า มาสู่อำนาจ มรณมาร กิเลสมาร และเทวบุตรมาร. บทว่า ปธูปิโต ได้แก่ ให้เดือดร้อน. บทว่า อคติ ยตฺถ มารสฺส ความว่า ในพระนิพพานใด ท่านผู้เป็นมารไปไม่ได้. บทว่า ตตฺถ ได้แก่ ในพระนิพพานนั้น. ครั้งนั้น เวลาเช้า สีสุปจาลาภิกษุณีนุ่งห่มแล้ว ถือบาตรและจีวร เข้าไปบิณฑบาตยังกรุงสาวัตถี เที่ยวบิณฑบาตไปในกรุงสาวัตถีแล้ว เวลา ปัจฉาภัต กลับจากบิณฑบาตแล้วเข้าไปยังป่าอันธวันเพื่อพักกลางวัน ครั้นถึงป่า อันธวัน จึงนั่งพักกลางวันที่โคนไม้ต้นหนึ่ง. ลำดับนั้น มารผู้มีบาปเข้าไปหาสีสุปจาลาภิกษุณีถึงที่นั่งพัก ครั้นแล้วได้กล่าวกะสีสุปจาลาภิกษุณีว่า ดูก่อนภิกษุณี ท่านชอบใจทิฐิของ ใครหนอ. สีสุปจาลาภิกษุณีตอบว่า ดูก่อนท่านผู้มีอายุ เราไม่ชอบใจทิฐิของ ใครเลย. มารผู้มีบาปกล่าวว่า ท่านจงใจเป็นคนโล้น ปรากฏ ตัวเหมือนสมณะ แต่ไฉนท่านไม่ชอบใจ ทิฐิ ท่านประพฤติเรื่องนี้ เพราะความ งมงายหรือ. สีสุปจาลาภิกษุณีกล่าวว่า คนเจ้าทิฐิ ภายนอกพระศาสนา นี้ ย่อมจมอยู่ในทิฐิทั้งหลาย เราไม่ ชอบใจธรรมของพวกเขา พวกเขาเป็น คนไม่ฉลาดต่อธรรม ยังมีพระพุทธเจ้า ผู้เสด็จอุบัติในศากยสกุล หาบุคคลอื่น เปรียบมิได้ ทรงครอบงำส่วนทั้งปวง ทรงบรรเทาเสียซึ่งมาร ไม่ปราชัยในที่ ทุกสถาน ทรงพ้นแล้วในส่วนทั้งปวง เป็นผู้อันตัณหาและทิฐิอาศัยไม่ได้ มี พระจักษุทรงเห็นธรรมทั้งปวง ทรงบรรลุ ธรรมเป็นที่สิ้นกรรมทุกอย่าง ทรงน้อม ไปในธรรมเป็นที่สิ้นอุปธิ พระผู้มีพระ- ภาคเจ้าพระองค์นั้นเป็นศาสดาของเรา เราชอบใจคำสอนของพระองค์ท่าน.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ