เล่มที่ 25
ส่วนที่ 22
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 22 อ้างอิง: Book 25, Section 22 ประเภท: section
เนื้อหา
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหาร- เชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี กรุงสาวัตถี. ก็สมัยนั้นแล พระองค์แวดล้อมด้วยบริษัทหมู่ใหญ่ ทรงแสดงธรรม อยู่. ครั้งนั้นแล มารผู้มีบาปได้มีความคิดเห็นอย่างนี้ว่า พระสมณโคดม นี้แล แวดล้อมด้วยบริษัทหมู่ใหญ่ แสดงธรรมอยู่ ถ้ากระไร เราพึงเข้าไปใกล้ ณ ที่พระสมณโคดมประทับอยู่. เพราะประสงค์จะยังปัญญาจักษุให้พินาศ. ลำดับนั้น มารผู้มีบาปเข้าไปใกล้พระผู้มีพระภาคเข้าถึง ประทับ ครั้นแล้ว กล่าวกะพระผู้มีพระภาคเจ้าด้วยคาถาว่า ท่านเป็นผู้องอาจในบริษัท บันลือ สีหนาท ดุจราชสีห์ ฉะนั้นหรือ ก็ผู้ที่พอ จะต่อสู้ท่านยังมี ท่านเข้าใจว่าเป็นผู้ชนะ แล้วหรือ. พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสตอบด้วยพระคาถาว่า ตถาคตเป็นมหาวีรบุรุษ องอาจใน บริษัท บรรลุทสพลญาณ ข้ามตัณหา อันเป็นเหตุข้องในโลกเสียได้ บันลืออยู่ โดยแท้. ครั้งนั้นแล มารผู้มีบาปเป็นทุกข์ เสียใจว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าทรง รู้จักเรา พระสุคตทรงรู้จักเรา ดังนี้ จึงได้หายไปในที่นั้นเอง. พึงทราบวินิจฉัยในสีหสูตรที่ ๒ ต่อไป :- บทว่า วิจกฺขุกมฺมาย ได้แก่ เพื่อประสงค์จะทำปัญญาจักษุของ บริษัทให้เสีย. แต่มารนั้น ไม่อาจทำปัญญาจักษุของพระพุทธะทั้งหลายให้เสียได้ ได้แต่ประกาศหรือสำแดงอารมณ์ที่น่ากลัวแก่บริษัท. บทว่า วิชิตาวี นุ มญฺสิ ความว่า ท่านยังสำคัญว่า เราเป็นผู้ชนะอยู่หรือหนอ ท่านอย่าสำคัญ อย่างนี้ ความชนะของท่านไม่มีดอก. บทว่า ปริสาสุ ได้แก่ ในบริษัท ๘. บทว่า พลปฺปตฺตา ได้แก่ ผู้บรรลุทศพลญาณ.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ