เล่มที่ 24

ส่วนที่ 50

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 50 อ้างอิง: Book 24, Section 50 ประเภท: section


เนื้อหา

พึงทราบวินิจฉัยในสูตรที่ ๘ ต่อไป:- บทว่า สุสมฺมุฏฺ€า ได้แก่ เป็นผู้หลงลืมแล้ว โดยความเป็นผู้ไม่ แทงตลอดด้วยปัญญา เหมือนอย่างว่า ชาวนาไถนา ๒ แปลง ก็พึงใส่ข้าวมาก เมื่อหมายถึงข้าวที่ไม่ได้ จากนาที่ตนไม่ได้หว่าน กล่าวว่า ข้าวของเราเป็น อันมาก เสียหายแล้ว ย่อมกล่าวถึงข้าวที่ไม่ได้นั้นเองว่า เสียหายแล้ว ฉันใด แม้ในที่นี้ ก็ฉันนั้น ชื่อว่า หลงลืมแล้ว เพราะความที่ตนแทงไม่ตลอด. บทว่า อสมฺมุฏ€า ได้แก่ ชื่อว่า ไม่หลงลืมแล้ว เพราะความที่ตนแทง ไม่ตลอดด้วยปัญญา. คำที่เหลือ เช่นกับนัยก่อน ดังนี้แล. เทวดานั้น ครั้นยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้วแล ได้กล่าว คาถานี้ในสำนักพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ทมะย่อมไม่มีแก่บุคคลที่ปรารถนา มานะ ความรู้ย่อมไม่มีแก่บุคคลที่มีจิต ไม่ตั้งมั่น บุคคลผู้เดียว เมื่ออยู่ในป่า ประมาทแล้ว ไม่พึงข้ามพ้นฝั่งแห่งเตภูมิ- กวัฏอันเป็นที่ตั้งแห่งมัจจุได้. พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า บุคคลละมานะแล้ว มีจิตตั้งมั่น ดีแล้ว มีจิตดี พ้นในธรรมทั้งปวงแล้ว เป็นผู้เดียว เมื่ออยู่ในป่า ไม่ประมาทแล้ว บุคคลนั้นพึงข้ามฝั่งแห่งเตภูมิกวัฎเป็นที่- ตั้งแห่งมัจจุได้. พึงทราบวินิจฉัยในสูตรที่ ๙ ต่อไป :- บทว่า มานกามสฺส ได้แก่ บุคคลผู้ใคร่อยู่ คือปรารถนาอยู่ซึ่ง มานะ. บทว่า ทโม อธิบายว่า เทวดาย่อมกล่าวว่า ทมะอันเป็นไปในฝ่ายสมาธิ ย่อมไม่มีแก่บุคคลผู้เห็นปานนี้. ก็ในบทว่า สจฺเจน ทนฺโต ทมสา อุเปโต เวทนฺตคู วิสิตพฺรหฺมจริโย แปลว่า บุคคลผู้ฝึกฝนแล้วด้วยสัจจะผู้เข้าถึง แล้วด้วยทมะ ผู้ถึงที่สุดแห่งเวท ผู้อยู่จบพรหมจรรย์ ดังนี้ ท่าน เรียกอินทรีย์ ว่า ทมะ . ในบทว่า ยทิ สจฺจา ทมา จาคา ขนฺตยา ภิยฺโยธ วิชฺชติ แปลว่า ผิว่า จะมีธรรมอื่นยิ่งกว่า สัจจะ ทมะ จาคะ ขันติ ในโลกนี้ ดังนี้ ท่าน เรียกปัญญา ว่า ทมะ . ในคำนี้ว่า ทาเนน ทเมน สํยเมน สจฺจวาเทน อตฺถิ ปุญฺํ อตฺถิ ปุญฺสฺส อาคโม แปลว่า บุญมีอยู่ การมาถึงแห่งบุญย่อมมี ด้วยทาน ด้วยทมะ. ด้วยสังยมะ ด้วยสัจจวาจา ดังนี้ ท่านเรียก อุโบสถกรรม ว่า ทมะ .


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ