เล่มที่ 23

ส่วนที่ 428

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 428 อ้างอิง: Book 23, Section 428 ประเภท: section


เนื้อหา

ครั้นทรงแสดงวัฏฏะอย่างนี้แล้ว คราวนี้ เพื่อจะทรงแสดงวิวัฏฏะด้วย อำนาจปฏิปักษ์ต่อความถือมั่นทั้ง ๓ อย่าง หรือเพื่อทรงแสดงวิวัฏฏะด้วยอำนาจ สัจจะ ๒ ข้อ คือ นิโรธ มรรค เหล่านั้น จึงตรัสว่า อยํ โข ปน ดังนี้ เป็นต้น. คำว่า นั่นไม่ใช่ของเรา เป็นต้น เป็นคำปฏิเสธตัณหาเป็นต้น. คำว่า ย่อม เล็งเห็น คือ ย่อมเห็นว่า เป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์และไม่ใช่ตัวตน. ครั้นทรงแสดงวิวัฏฏะอย่างนี้แล้ว คราวนี้ เพื่อจะทรงแสดงวัฏฏะด้วย อำนาจอนุสัยทั้งสามอย่างอีก จึงตรัสคำเป็นต้นว่า จกฺขุญฺจ ภิกฺขเว ในคำเหล่านั้น คำเป็นต้นว่า ย่อมเพลิดเพลิน พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัส ด้วยอำนาจตัณหาและทิฐิเท่านั้น. คำว่า นอนเนือง คือยังละไม่ได้. คำว่า แห่งทุกข์ ได้แก่แห่งวัฏฏทุกข์และกิเลสทุกข์. ครั้นทรงแสดงวัฏฏะด้วยอำนาจอนุสัยสามอย่างอย่างนี้แล้ว คราวนี้เมื่อ จะทรงแสดงวิวัฏฏะด้วยอำนาจเป็นนัยที่ตรงกันข้ามแห่งอนุสัยทั้งสามอย่างนั้น จึงตรัสคำเป็นต้นว่า จกฺขุญฺจ อีกครั้งหนึ่ง. คำว่า ละอวิชชา คือ ละความไม่รู้อันเป็นรากเง่าของวัฏฏะได้แล้ว. คำว่า ยังวิชชา คือยังความรู้ คืออรหัตตมรรคให้เกิดขึ้นแล้ว. คำว่า นั่น ย่อมเป็นฐานะที่มีได้ คือด้วยกถามรรคเพียงเท่านี้แหละ พระองค์ก็ทรงเทศนาด้วยอำนาจวัฏฏะและวิวัฏฏะให้ถึงยอดได้แล้ว เมื่อจะทรง รวบรวมพระธรรมเทศนานั้นเอง ก็ได้ตรัสคำเป็นต้นว่า เอวํ ปสฺสํ ภิกฺขเว อีกครั้งหนึ่ง. ในคำว่า ภิกษุประมาณ ๖๐ รูป นี้ นั้นไม่น่าอัศจรรย์ เลย ที่เมื่อพระตถาคตเจ้าทรงแสดงเองแท้ ๆ ภิกษุ ๖๐ รูป ได้สำเร็จเป็น พระอรหันต์. เพราะว่า แม้เมื่อท่านธรรมเสนาบดีแสดงสูตรนี้ ก็มีภิกษุ ๖๐ รูปบรรลุเป็นพระอรหันต์ ถึงแม้พระมหาโมคคัลลานะแสดงก็ดี พระมหาเถระ ๘๐ รูป แสดงก็ดี ก็มีภิกษุ ๖๐ รูป สำเร็จเหมือนกันนั่นแหละ แม้ข้อนี้ก็ไม่ น่าอัศจรรย์. เพราะพระสาวกเหล่านั้น ท่านบรรลุอภิญญาใหญ่ (กันทั้งนั้น ).


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ