เล่มที่ 23

ส่วนที่ 73

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 73 อ้างอิง: Book 23, Section 73 ประเภท: section


เนื้อหา

ก็พระเถระไม่เคยอาพาธด้วยเหตุไร ๆ เลย. ได้ยินว่า เมื่อพระผู้มี พระภาคเจ้า ทรงพระนามว่า ปทุมุตตระ. มีภิกษุหนึ่งแสนเป็นบริวาร เสด็จ เที่ยวจาริกไป ต้นไม้ที่มีพิษในป่าหิมพานต์บานแล้ว . แม้ภิกษุทั้งแสนก็ป่วย เป็นโรคเนื่องด้วยดอกหญ้าเป็นพิษ. ในสมัยนั้น พระเถระเป็นดาบสผู้มีฤทธิ์ . ท่านเหาะไปเห็นภิกษุสงฆ์ จึงลงมาถามถึงโรคที่เป็น แล้วนำโอสถมาจากป่า หิมพานต์จัดถวาย. พอกระทบยาเท่านั้น โรคก็สงบทันที. แม้ในศาสนาของ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงพระนามว่า กัสสปะ ท่านหยุดไถนาในวันแรกนา ให้ สร้างโรงครัว และเวจกุฏิ จัดยาถวายภิกษุสงฆ์เป็นประจำ ด้วยกรรมนี้ท่าน จึงเป็นผู้ปราศจากอาพาธ. และเพราะท่านถือการนั่งเป็นวัตรอย่างอุกฤษฏ์ และ การอยู่ป่าเป็นวัตรอย่างอุกฤษฏ์ ฉะนั้น ท่านจึงกล่าวคำมีอาทิว่า นาภิชานามิ อปสฺสยิตา. บทว่า สรโณ แปลว่า ยังมีกิเลส. บทว่า อญฺา อุทปาทิ ความ ว่า ไม่ควรพยากรณ์พระอรหัต แก่อนุปสัมบัน. ถามว่า เพราะเหตุไร พระเถระจึงได้พยากรณ์. ตอบว่า พระเถระมิได้กล่าวว่า เราเป็นพระอรหัต แต่กล่าวว่า พระอรหัตผล เกิดขึ้นแล้ว. อีกประการหนึ่ง ปรากฏว่า พระเถระได้เป็น พระอรหัตแล้ว เพราะฉะนั้น ท่านจึงกล่าวอย่างนี้. บทว่า ปพฺพชฺชํ ความ ว่า พระเถระไม่ได้ให้ปริพาชกชื่ออเจลกัสสปะ. บรรพชาและอุปสมบทด้วย ตนเอง แต่ให้ภิกษุเหล่าอื่นบวชให้. บทว่า อปาปุรณํ อาทาย แปลว่า ถือ ลูกดาล บทว่า นิสินฺนโกว ปรินิพฺยายิ ความว่า พระเถระดำริว่า แม้เรา มีชีวิตอยู่อย่าได้เป็นภาระแก่ภิกษุเหล่าอื่น สรีระของเราแม้ปรินิพานแล้ว อย่า ให้ภิกษุสงฆ์ต้องเป็นกังวลเลย จึงเข้าเตโชธาตุปรินิพานแล้วเปลวไฟลุกขึ้นท่วม สรีระ. ผิวหนัง เนื้อและโลหิตถูกเผาไหม้สิ้นไป เหมือนเนยใส. ยังคงเหลือ อยู่แต่ธาตุ ที่มีลักษณะดังดอกมะลิตูม. คำที่เหลือในบททั้งปวง ชัดแล้วทั้งนั้น ก็แลพระสูตรนี้ ท่านสงเคราะห์เข้าในทุติยสังคหวาร.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ