เล่มที่ 22

ส่วนที่ 320

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 320 อ้างอิง: Book 22, Section 320 ประเภท: section


เนื้อหา

อุปมาเหมือนชาวนา เมื่อจะทำนา ย่อมตัดต้นไม้ในป่าก่อน ภายหลัง จึงจุดไฟ ไฟนั้นจะไหม้ต้นไม้ที่ตัดไว้ก่อนให้หมดไปไม่มีเหลือ ฉันใด วิปัสสนาสัมมาทิฏฐิ ก็ฉันนั้นเหมือนกัน ย่อมพิจารณาสังขารทั้งหลาย ด้วย อำนาจลักษณะมีความเป็นของไม่เที่ยงเป็นต้นก่อน มรรคสัมมาทิฏฐิเกิดขึ้น ถอน สังขารทั้งหลายเสียได้ ด้วยอำนาจ (ที่สังขาร) เป็นไปไม่ได้อีกต่อไป เพื่อ การพิจารณาด้วยวิปัสสนาสัมมาทิฏฐินั้น ในที่นี้ประสงค์เอาทิฏฐิทั้งสองอย่าง. บทว่า มิจฺฉาทิฏฺ€ึ มิจฺฉาทิฏฺ€ีติ ปชานาติ ได้แก่ รู้ชัดมิจฉาทิฏฐิ โดยอารมณ์ ด้วยการแทงตลอดลักษณะว่า อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา. สัมมาทิฏฐิ ย่อมรู้ชัด สัมมาทิฏฐิโดยกิจ (คือ) โดยความไม่หลง. บทว่า สาสฺส โหติ สมฺมาทิฏ€ิ ความว่า ความรู้อย่างนั้นนั้น ของเธอ ย่อมชื่อว่าเป็นสัมมาทิฏฐิ. บทว่า ทฺวยํ วทามิ ความว่า เรากล่าว (สัมมาทิฏฐิ) ไว้สองส่วน. บทว่า ปุญฺภาคิยา แปลว่า เป็นส่วนแห่งบุญ. บทว่า อุปธิเวปกฺกา แปลว่า ให้วิบาก คือ อุปธิ. ในบทว่า ปญฺา ปญฺณินฺทริยํ เป็นต้น ที่ชื่อว่า ปัญญา เพราะ จำแนกออกแล้ว ๆ ยังประตูแห่งอมตะให้ปรากฏ คือแสดงให้เห็น. ชื่อว่า ปัินทรีย์ เพราะทำความเป็นใหญ่ในอรรถ (ภาวะ) อันนั้น ชื่อว่า ปัญญาพละ เพราะไม่หวั่นไหวด้วยอวิชชา.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ