เล่มที่ 22

ส่วนที่ 82

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 82 อ้างอิง: Book 22, Section 82 ประเภท: section


เนื้อหา

บทว่า กถาปาภฏํ แปลว่า ถ้อยคำอันเป็นต้นเรื่อง จริงอยู่ ต้นทุน ท่านเรียกว่า ปาภฏะ. สมดังที่ตรัสไว้ว่า อปฺปเกนปิ เมธาวี ปาภเฏน วิจกฺขโณ สมุฏฺ€าเปติ อตฺตานํ อณุํ อคฺคึว สนฺธมํ. ผู้มีปัญญาเห็นประจักษ์ ย่อมตั้งตนได้ด้วย ทรัพย์ อันเป็นต้นทุน แม้มีประมาณน้อย เหมือน คนก่อกองไฟกองน้อยให้เป็นกองใหญ่ ฉะนั้น ดังนี้. บทว่า ทสฺสนาย คือ เพื่อประโยชน์แก่การเข้าเฝ้า. ถามว่า ก็ พระจุนทะไม่เคยเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าหรือ ? ตอบว่า ไม่ใช่ไม่เคยเฝ้า. ก็ท่านผู้นี้ไปเฉพาะที่ปรนนิบัติวันหนึ่ง ๑๘ ครั้ง คือ กลางวัน ๙ ครั้ง กลาง คืน ๙ ครั้ง. แต่วันหนึ่งประสงค์จะไปร้อยพันครั้งก็ได้ ( ท่าน ) จะไปเพราะ ไม่มีเหตุก็หามิได้ ท่านถือเอาปัญหาสำคัญอย่างหนึ่งเท่านั้นจึงจะไป. วันนั้น ท่านประสงค์จะไปด้วยเรื่องนั้น จึงกล่าวอย่างนั้น. บทว่า อหิตาย ทุกฺขาย เทวมนุสฺสานํ ความว่า ความวิวาทเกิดขึ้นท่ามกลางสงฆ์ในวิหารแห่งหนึ่ง ย่อมเป็นไปเพื่อไม่เกื้อกูล เพื่อทุกข์ แก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลายอย่างไร. ก็เมื่อภิกษุสองรูปวิวาทกัน ศิษย์ของภิกษุเหล่านั้นในวิหารนั้นก็ย่อมวิวาทกัน เหมือนในโกสัมพิกขันธกะ ภิกษุณีสงฆ์ผู้รับโอวาทของภิกษุเหล่านั้น ก็วิวาท กัน. แต่นั้น อุปัฏฐากของภิกษุเหล่านั้นก็วิวาทกัน. ลำดับนั้น อารักขเทวดา ของพวกมนุษย์ย่อมเป็นสองฝ่าย. ในสองฝ่ายนั้น อารักขเทวดาของพวกที่เป็น ธรรมวาที ย่อมเป็นธรรมวาที. ของพวกที่เป็นอธรรมวาที ก็เป็นอธรรมวาที. ต่อจากนั้น ภุมมเทวดาผู้เป็นมิตรของอารักขเทวดา ย่อมแตกกัน. เทวดาและ มนุษย์ทั้งหมด ยกเว้นพระอริยสาวกย่อมเป็นสองพวก ต่อ ๆ กันไปอย่างนี้ จนถึงพรหมโลก. ก็พวกอธรรมวาทีย่อมมากกว่าพวกธรรมวาที. ต่อแต่นั้นย่อม ถือเอาสิ่งที่คนมากถือ พวกที่มากกว่านั้นแล สละธรรมเสีย ถือเอาแต่อธรรม พวกที่ถืออธรรมเหล่านั้น ก็ทำอธรรมให้บริบูรณ์อยู่ ก็จะพากันไปบังเกิดใน อบาย. ความวิวาทกันเกิดขึ้นท่ามกลางสงฆ์ในวิหารหนึ่ง ย่อมมีเพื่อสิ่งไม่ เกื้อกูล เพื่อทุกข์แก่ชนเป็นอันมาก ด้วยประการฉะนี้.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ