เล่มที่ 21
ส่วนที่ 362
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 362 อ้างอิง: Book 21, Section 362 ประเภท: section
เนื้อหา
พระผู้มีพระภาคเจ้าอันวาเสฏฐมาณพชมเชยแล้วทูลอาราธนาอย่างนี้ เมื่อจะทรงสงเคราะห์ชนแม้ทั้งสองจึงตรัสพุทธพจน์มีอาทิว่า เราตถาคตจักบอก ถ้อยคำอย่างแจ่มแจ้งแก่เธอทั้งสองนั้น ดังนี้. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า จัก บอกอย่างชัดแจ้ง ได้แก่จักพยากรณ์. บทว่า ตามลำดับ ความว่า ความ คิดของพราหมณ์จงพักไว้ก่อน เราจักบอกตามลำดับ คือโดยลำดับตั้งแต่หญ้า ต้นไม้ แมลง และตั๊กแตน เป็นต้น. บทว่า การจำแนกชาติกำเนิด คือ ความพิสดารของชาติกำเนิด. คำว่า เพราะชาติกำเนิดคนละอย่าง ความ ว่า เพราะชาติกำเนิดของสัตว์ทั้งหลายนั้น ๆ คนละอย่างคือ แต่ละอย่างต่าง ๆ กัน. ด้วยบทว่า หญ้าและต้นไม้ ดังนี้พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเริ่มพระเทศนา นี้ว่า เราจักกล่าวชาติกำเนิดที่ไม่มีวิญญาณครอง แล้วจักกล่าวถึงชาติกำเนิด ที่มีวิญญาณครองภายหลัง ความต่างกันแห่งชาติกำเนิดนั้น จักปรากฏอย่างนี้. ก็พระมหาสิวเถระถูกถามว่า ท่านผู้เจริญ การกล่าวอย่างนี้ว่า สิ่งที่ไม่มี วิญญาณครอง ชื่อว่าเป็นของต่างกัน เพราะมีพืชต่างกัน สิ่งที่มีวิญญาณครอง ก็ชื่อว่าเป็นของต่างกัน เพราะกรรมต่างกัน ดังนี้ ไม่ควรหรือ จึงตอบว่า เออ ไม่ควร. เพราะกรรมซัดเข้าในกำเนิดสัตว์เหล่านี้มีพรรณต่าง ๆ กัน เพราะ การปฏิสนธิในกำเนิด. ในบทว่า หญ้าและต้นไม้ นี้มีกระพี้อยู่ข้างใน แก่น อยู่ข้างนอก ชั้นที่สุดแม้ตาลและมะพร้าวเป็นต้น ชื่อว่าหญ้าทั้งนั้น. ส่วนไม้ที่ มีแก่นอยู่ข้างใน กระพี้อยู่ข้างนอก ชื่อว่าต้นไม้ทั้งหมด. คำว่า แม้จะปฏิญาณ ไม่ได้ ความว่า ย่อมไม่รู้อย่างนี้ว่า พวกเราเป็นหญ้า พวกเราเป็นต้นไม้ หรือว่า เราเป็นหญ้าเราเป็นต้นไม้. คำว่า เพศอันสำเร็จด้วยชาติกำเนิด ได้แก่ ก็หญ้าและต้นไม้เหล่านั้น แม้ไม่รู้ (คือปฏิญาณไม่ได้) สัณฐานมันก็ สำเร็จมาแต่ชาติกำเนิดทั้งนั้น คือเป็นเหมือนหญ้าเป็นต้น ซึ่งเป็นเค้าเดิมของ ตนนั่นเอง. เพราะเหตุไร. เพราะชาติกำเนิดมันต่าง ๆ กัน . คือ เพราะติณชาติ ก็อย่างหนึ่ง รุกขชาติก็อย่างหนึ่ง แม้บรรดาติณชาติทั้งหลาย ชาติกำเนิดตาลก็ อย่างหนึ่ง ชาติกำเนิดมะพร้าวก็อย่างหนึ่ง. พึงขยายความให้กว้างขวางออกไปด้วย ประการอย่างนี้ . ด้วยคำว่า ชาติกำเนิดต่างกัน นี้ทรงแสดงความหมายนี้ว่า สิ่งใดต่างกันโดยชาติกำเนิด สิ่งนั้นแม้เว้นการปฏิญาณตนหรือการชี้บอกแนะนำ ของตนอื่น ก็ย่อมถือเอาได้โดยพิเศษว่า (มันมี) ชาติกำเนิดคนละอย่าง. ก็หาก ว่าคนพึงเป็นพราหมณ์แท้ ๆ โดยชาติกำเนิด แม้เขาเว้นการปฏิญาณตนหรือการ บอกเล่าของตนอื่น พึงถือเอาโดยพิเศษแต่กษัตริย์ แพศย์ หรือศูทร แต่จะ ถือเอาหาได้ไม่. เพราะฉะนั้น บุคคลชื่อว่าเป็นพราหมณ์เพราะชาติกำเนิดก็ หาไม่. ก็พระผู้มีพระภาคเจ้าจักทรงกระทำให้แจ้วซึ่งเนื้อความนี้ แห่งพระคาถา ว่าในชาติกำเนิดเหล่านี้ ฉันใด ดังนี้ โดยทรงเปล่งพระวาจาไว้เท่านั้นข้างหน้า.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ