เล่มที่ 21
ส่วนที่ 148
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 148 อ้างอิง: Book 21, Section 148 ประเภท: section
เนื้อหา
บทว่า อพฺภา มุตฺโต นี้ สักว่าเป็นยอดแห่งเทศนา. ในที่นี้ท่าน ประสงค์เอาว่าพระจันทร์พ้นจากเครื่องเศร้าหมองเหล่านี้ คือ หมอก น้ำค้าง ควัน ธุลี ราหู. ภิกษุเป็นผู้พ้นแล้วจากกิเลส คือความประมาท เป็นผู้ไม่ ประมาทแล้ว ย่อมยังโลก คือขันธ์ อายตนะ และธาตุของตนนี้ให้ผ่องใส คือ กระทำความมืด คือกิเลสอันตนขจัดเสียแล้ว เหมือนอย่างพระจันทร์ไม่มี อุปกิเลส ดังกล่าวมานี้ ย่อมยังโลกให้สว่างไสวฉะนั้น. บทว่า กุสเลน ปิถิยฺยติ ความว่า ย่อมปิดด้วยกุศล คือมรรค ได้แก่ กระทำมิให้มีปฏิสนธิอีก. บทว่า ยุญฺชติ พุทฺธสาสเน ความว่า ประกอบแล้ว ประกอบทั่วแล้วด้วยกาย วาจา และด้วยใจ อยู่ในพุทธศาสนา. คาถาทั้ง ๓ เหล่านี้ เรียกอุทานคาถาของ พระเถระ. ได้ยินว่า พระเถระเมื่อจะกระทำอาการป้องกัน คนจึงกล่าวคำว่า ทิสา หิ เม นี้. ในบทเหล่านั้น บทว่า ทิสา หิ เม ความว่า ชนพวกที่ เป็นศัตรูของเรา ย่อมติเตียนเราอย่างนี้ แม้พระองคุลิมาล จงเสวยทุกข์เหมือน อย่างที่พวกเราทั้งหลายเสวยทุกข์ เพราะอำนาจพวกญาติถูกองคุลิมาลฆ่า แล้วฉะนั้น หมายความว่า ชนเหล่านั้นจงได้ยินธรรมกถา คือ สัจจะ ๔ ของ เราทุกทิศ. บทว่า ยุญฺชนฺตุ ความว่า ผู้ประกอบแล้ว ประกอบทั่วแล้ว ด้วยกาย วาจาและใจอยู่. บทว่า เย ธมฺมเมวาทปยนฺติ สนฺโต ความว่า คนดี คือสัปบุรุษเหล่าใด ย่อมยึดธรรมนั่นเทียว คือ สมาทาน คือ ถือเอา ชนเหล่านั้น (ผู้เกิดแต่มนู) เป็นข้าศึกของเรา จงคบ จงเสพ หมายความว่า จงมีรูปเป็นที่รักเถิด. บทว่า อวิโรธปสํสนํ คือเมตตา ท่านเรียกว่า อวิโร (ความไม่โกรธ) หมายความว่า ความเมตตาและความสรรเสริญ. บทว่า สุณนฺตุ ธมฺมํ กาเลน ความว่า ขอจงฟังขันติธรรม เมตตาธรรม ปฏิสังขา- ธรรม และสาราณียธรรมทุก ๆ ขณะ. บทว่า ตญฺจ อนุวิธียนฺตุ ความว่า และจงกระทำตามคือบำเพ็ญธรรมนั้นให้บริบูรณ์. บทว่า น หิ ชาตุ โส มมํ หึเส ความว่า ผู้ใดเป็นผู้มุ่งร้ายต่อเรา ขอผู้นั้นอยู่าพึงเบียดเบียนเราโดย ส่วนเดียวเทียว. บทว่า อฺํ วา ปน กิญฺจิ นํ ความว่า จงอย่าเบียดเบียน จงอย่าทำให้ลำบากซึ่งเราอย่างเดียวเท่านั้นก็หาไม่ แม้บุคคลไร ๆ อื่นก็อย่า เบียดเบียน อย่าทำให้ลำบาก. บทว่า ปปฺปุยฺย ปรมํ สนฺตึ ได้แก่ ถึง พระนิพพานอันมีความสงบอย่างยิ่ง. บทว่า รกฺเขยฺย ตสถาวเร ความว่า ผู้ยังมีตัณหา ท่านเรียกว่า ผู้มีความสะดุ้ง ผู้ไม่มีตัณหา ท่านเรียกว่า ผู้มั่นคง. ท่านกล่าวคำอธิบายไว้ดังนี้ บุคคลใดถึงพระนิพพาน บุคคลนั้นย่อมเป็นผู้ที่ สามารถเพื่อรักษาความสะดุ้งเละความมั่นคงทั้งสิ้นได้ เพราะฉะนั้น บุคคลผู้ เช่นกับ ด้วยเราย่อมถึงพระนิพพาน ชนทั้งหลายย่อมเบียดเบียนเราโดยส่วนเดียว หาได้ไม่ ดังนี้. ท่านกล่าวคาถาทั้งสามนี้ เพื่อป้องกันตน.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ