เล่มที่ 21
ส่วนที่ 47
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 47 อ้างอิง: Book 21, Section 47 ประเภท: section
เนื้อหา
ก็เพราะนับจำเดิม แต่ราหุลกุมารบวชแล้วพระผู้มีพระภาคเจ้าไม่ทรงบวชบุตร ที่มารดาบิดาไม่ อนุญาต ฉะนั้น จึงตรัสถามเขาว่า อนุญฺาโตสิ ปน ตฺวํ รฏฺปาล มา- ตาปิตูหิ ฯลฯ ปพฺพชฺชาย. ในคำว่า อมฺม ตาต นี้ รัฐปาละเรียกมารดา ว่า อมฺม เรียกบิดาว่า ตาต. บทว่า เอกปุตฺตโก แปลว่า บุตรน้อยคน เดียวเท่านั้น บุตรไรๆ อื่นไม่ว่าพี่หรือน้องไม่มี. ก็ในคำนี้ เมื่อควรจะกล่าวว่า เอกปุตฺโต ก็กล่าวว่า เอกปุตฺตโก ด้วยอำนาจความเอ็นดู. บทว่า ปิโย แปลว่าเกิดปีติ. บทว่า มนาโป แปลว่า เจริญใจ. บทว่า สุเข ิโต แปลว่าตั้งอยู่ในสุขนั่นแหละ อธิบายว่า จำเริญสุข. บทว่า สุขปริหโฏ แปล ว่า บริหารด้วยความสุข. ตั้งแต่เวลาเกิดมา เขามีแม่นมโดยอุ้มไม่วางมือ เล่นด้วยเครื่องเล่นของเด็กมีรถม้าน้อย ๆ เป็นต้น ให้บริโภคเเต่โภชนะที่มีรสดี ชื่อว่า บริหารด้วยความสุข. บทว่า น ตฺวํ ตาต รฏฺปาล กสฺสจิ ทุกฺขสฺส ชานาสิ ความว่า พ่อรัฐปาละ เจ้าไม่รู้ระลึกไม่ได้ถึงส่วนของความทุกข์แม้ ประมาณน้อย. บทว่า มรเณนปิ เต มยํ อกามกา วินา ภวิสฺสาม ความ ว่า แม้ถ้าท่านจะพึงตายเสีย เมื่อพวกเรายังเป็นอยู่ไซร้ แม้เพราะความตาย ของท่าน พวกเราไม่ต้องการ ไม่ปรารถนา ไม่ชอบใจตน ก็จำจักต้องพลัดพราก หรือจักถึงความพลัดพรากท่านไป. บทว่า กึ ปน มยํ ตํ ความว่า เมื่อเป็น เช่นนั้น เหตุที่เราจักอนุญาตให้ท่านเป็นอยู่ ชื่ออะไร. อีกอย่างหนึ่ง พึงทราบ ความในคำว่า กึ ปน มยนฺตํ นี้อย่างนี้ว่า ด้วยเหตุไรพวกเราจึงจักอนุญาต ให้ท่านมีชีวิตอยู่. บทว่า ตตฺเถว ความว่าในที่ที่มารดาบิดาไม่อนุญาตท่าน ให้ดำรงอยู่. บทว่า อนนฺตรหิตาย ความว่า เพราะไม่ต้องการด้วยเครื่อง ลาดอะไร ๆ. บทว่า ปริจาเรหิ ความว่าทะนุบำรุงดนตรีการฟ้อนและนักฟ้อน เป็นต้น บำเรอตัวตามความสุขพร้อมด้วยเหล่าสหายในที่นั้น อธิบายว่า นำ เข้าไปที่โน้นที่นี่. อีนัยหนึ่ง บทว่า ปริจาเรหิ ท่านอธิบายว่า ทะนุบำรุง ดนตรีการฟ้อนและนักฟ้อนเเป็นต้น ร่าเริงยินดีเล่นกับเหล่าสหาย. บทว่า กาเม ปริภุญฺชนฺโต ความว่า บริโภคโภคะพร้อมกับบุตรภริยาของตน. บทว่า ปุญฺานิ กโรนฺโต ความว่า ปรารภพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ กระทำกุศลกรรมชำระทางไปสู่สุคติ มีการมอบถวายทานเป็นต้น. บทว่า ตุณฺหี อฺโหส ได้แก่ ไม่พูดจาปราศรัย เพื่อตัดการพูดต่อไป. ครั้งนั้น มารดาบิดา ของเขาพูด ๓ ครั้งไม่ได้แม้คำตอบ จึงให้เรียกสหายมาพูดว่า สหายของเจ้า นั้นอยากจะบวช ห้ามเขาทีเถอะ. แม้สหายเหล่านั้นเข้าไปหาเขาแล้ว พูด ๓ ครั้ง. แม้สำหรับสหายเหล่านั้น เขาก็นิ่ง. ด้วยเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า อถโข รฏฺปาลสฺส กุลปุตฺตฺสฺส สหายกา ฯเปฯ ตุณฺหี อโหสิ.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ