เล่มที่ 20

ส่วนที่ 522

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 522 อ้างอิง: Book 20, Section 522 ประเภท: section


เนื้อหา

พึงทราบวินิจฉัยในอุปมาแห่ง ทิพโสตธาตุ ดังต่อไปนี้. บทว่า สงฺขธโม คือบุรุษเป่าสังข์. บทว่า อปฺปกสิเรเนว คือ โดยไม่ยากนั่นเอง. บทว่า วิญฺาเปยฺย คือให้รู้. พึงเห็นว่ากาลที่พระโยคีรู้แจ้งเสียงของมนุษย์ ทั้งใกล้และไกล และนิพพาน ดุจกาลที่เมื่อบุรุษเป่าสังข์ให้รู้แจ้งไปใน ๔ ทิศ อย่างนี้นั้น เสียงสังข์นั้น ก็ปรากฏชัด แก่สัตว์ทั้งหลายผู้กำหนดว่า นี้ เสียงสังข์ฉะนั้น. พึงทราบวินิจฉัยในอุปมาแห่ง เจโตปริยญาณ ดังต่อไปนี้. บทว่า ทหโร คือหนุ่ม. บทว่า ยุวา คือประกอบด้วยความเป็นหนุ่ม. บทว่า มณฺฑนกชาติโก ชอบแต่งตัว คือ แม้ยังหนุ่มสาวก็ไม่เกียจคร้านถึงจะมีผ้า และร่างกายเศร้าหมอง ก็ยังชอบแต่งตัว. อธิบายว่า อาบน้ำวันละ ๒- ๓ ครั้ง แล้วนุ่งห่มผ้าสะอาด และแต่งตัว. บทว่า สกณิกํ หน้ามีไฝ คือหน้ามีโทษ ด้วยโทษอย่างใดอย่างหนึ่ง มีจุดดำ ตุ่มกลม หูด เป็นต้น. ในบทนั้นพึงทราบว่า เหมือนอย่างว่า เมื่อบุรุษนั้นส่องดูเงาหน้า โทษของใบหน้าย่อมปรากฏฉันใด เมื่อภิกษุนั่งกำหนดจิตด้วยเจโตปริยญาณก็ฉันนั้น จิต ๑๖ อย่างของผู้อื่นย่อม ปรากฏ. บทที่ควรกล่าวในอุปมาแห่งปุพเพนิวาสญาณเป็นต้นทั้งหมด ท่าน กล่าวไว้แล้วในมหาอัสสปุรสูตร. บทว่า อยํ โข อุทายิ ปญฺจโม ธมฺโม ดูก่อนอุทายี นี้เป็นธรรมข้อที่ ๕ คือ ท่านกล่าวธรรมข้อที่ ๕ ทำ ๑๙ บรรพให้ เป็นธรรมข้อเดียวด้วยข้อปฏิบัติ. เหมือนอย่างว่าท่านทำ ๑๑ บรรพใน อัฏฐกนาครสูตร ให้เป็นธรรมข้อเดียวด้วยสามารถเป็นคำถาม ฉันใด พึงทราบ ว่า ๑๙ บรรพในที่นี้ท่านทำให้เป็นธรรมข้อเดียวด้วยสามารถการปฏิบัติฉันนั้น. พึงทราบสาวกทั้งหลายบรรลุบารมีอันเป็นที่สุดแห่งอภิญญา ในส่วนทั้งหลาย ๘ ตามลำดับในบรรดาธรรม ๑๙ บรรพเหล่านี้ ในวิปัสสนาญาน และอาสวัก- ขยญาณด้วยสามารถแห่งพระอรหัต. ในบทที่เหลือทั้งหลาย พึงทราบด้วย สามารถแห่งความเป็นผู้มีความชำนาญอันสะสมมาแล้ว. บทที่เหลือในที่ทั้งปวง ง่ายทั้งนั้น ด้วยประการฉะนี้ จบอรรถกถามหาสกุลุทายิสูตรที่ ๗


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ