เล่มที่ 20

ส่วนที่ 381

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 381 อ้างอิง: Book 20, Section 381 ประเภท: section


เนื้อหา

เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสอย่างนี้แล้ว ปริพาชกวัจฉโคตร ได้ทูลพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ข้าแต่ท่านพระโคดม เปรียบเหมือนต้นสาละใหญ่ ในที่ใกล้บ้านหรือนิคม กิ่ง ใบ เปลือก สะเก็ด และกระพี้ ของต้นสาละ ใหญ่นั้น จะหลุดร่วง กะเทาะไป เพราะเป็นของไม่เที่ยง สมัยต่อมา ต้นสาละ ใหญ่นั้นปราศจาก กิ่ง ใบ เปลือก สะเก็ด และกระพี้แล้ว คงเหลืออยู่แต่ แก่นล้วน ๆ ฉันใด พระพุทธพจน์ของท่านพระโคดม ก็ฉันนั้น ปราศจากกิ่ง ใบ เปลือก สะเก็ด และกระพี้ คงเหลืออยู่แต่คำอันเป็นสาระล้วน ๆ. ข้าแต่ท่านพระโคดม ภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้งนัก ข้าแต่ท่านพระ- โคดม ภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้งนัก เปรียบเหมือนบุคคลหงายของที่คว่ำ เปิดของที่ปิด บอกทางแก่คนหลงทาง หรือตามประทีบในที่มืด ด้วยคิดว่า ผู้มี จักษุจักเห็นรูปดังนี้ ฉันใด ท่านพระโคดมทรงประกาศธรรมโดยอเนกปริยาย ฉันนั้นเหมือนกัน ข้าพระองค์นี้ถึงท่านพระโคดม พระธรรมและภิกษุสงฆ์ ว่าเป็นสรณะ ขอท่านพระโคดม จงทรงจำข้าพระองค์ว่า เป็นอุบาสก ผู้ถึง สรณะตลอดชีวิต ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ดังนี้แล. อัคคิวัจฉโคตตสูตร มีบทเริ่มต้นว่า เอวมฺเม สตํ ข้าพเจ้าได้สดับ มาอย่างนี้. ในบรรดาบทเหล่านั้นบทว่า น โข อหํ เราไม่ได้เห็นอย่างนั้น คือ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสในครั้งแรกว่าเราไม่เห็นว่าโลกเที่ยง. ในครั้งที่ ๒ ตรัส ว่า เราไม่เห็นว่าโลกขาดสูญ. พึงทราบการปฏิเสธในทุกวาระด้วยคำมีอาทิว่า โลกมีที่สุดและไม่มีที่สุด ด้วยประการฉะนี้. วาทะนี้ว่า โหติ จ น จ โหติ สัตว์ตายไปแล้วมีอยู่ก็มี ไม่มีอยู่ก็มี เป็นวาทะว่าเที่ยงบางอย่างในที่นี้. วาทะนี้ ว่าสัตว์ตายไปแล้วมีอยู่ก็มิใช่ ไม่มีอยู่ก็มิใช่ พึงทราบว่า เป็น อมราวิกเขปะ (ทิฏฐิดิ้นได้ไม่ตายตัว).


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ