เล่มที่ 20
ส่วนที่ 347
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 347 อ้างอิง: Book 20, Section 347 ประเภท: section
เนื้อหา
บทว่า อุทฺธโต โหติ จปโล เป็นผู้คะนองกาย คะนองวาจาคือ เป็น ผู้มีปรกติฟุ้งซ่าน และประกอบด้วยความเป็นผู้คะนอง ดุจเด็กทารก ดังที่ท่าน กล่าวไว้ว่า ประดับจีวร ประดับบาตร ประดับเสนาสนะ หรือ ตกแต่งประดับ กายอันเปื่อยเน่านี้. บทว่า ปญฺวตา ภวิตพฺพํ ควรเป็นผู้มีปัญญา คือ เมื่อ ควรทำจีวรกรรมเป็นต้นควรเป็นผู้ประกอบด้วยอุบายปัญญา. บทว่า อภิธมฺเม อภิวินเย ควรทำความเพียรในอภิธรรมในอภิวินัยคือควรทำความเพียรใน อภิธรรมปิฎก และในวินัยปิฎกด้วยบาลีและด้วยอรรถกถา. ไม่ควรพลาดธรรม- หทยวิภังค์พร้อมด้วยทุกมาติกาและติกมาติกาเป็นต้นในอภิธรรมโดยปริจเฉท สุดท้าย. ไม่ควรพลาดปาฏิโมกข์ทั้ง ๒ ที่ท่านวินิจฉัยไว้ดีแล้วพร้อมกับการ วินิจฉัยในข้อควรทำและไม่ควรทำในวินัย. บทว่า อารุปฺปา อรูปสมาบัติ ด้วยบทเพียงเท่านี้เป็นอันท่านกล่าวถึงสมาบัติแม้ ๘ ประการ อนึ่งเมื่อไม่ สามารถบำเพ็ญสมาบัติเหล่านั้นได้ทั้งหมดก็ควรบำเพ็ญในสมาบัติ ๗ บ้าง ๖ บ้าง ๕ บ้าง โดยกำหนดบทสุดท้ายประพฤติถือเอากรรมฐานคือบริกรรมกสิณ อย่างหนึ่งทำให้คล่องแคล่ว. เพียงเท่านี้ก็ไม่ควรพลาด. ด้วยบทว่า อุตฺตริ- มนุสฺสธมฺเม นี้พระสารีบุตรเถระแสดงโลกุตตรธรรมแม้ทั้งหมด. เพราะฉะนั้น อันผู้เป็นพระอรหันต์พึงละ. อันผู้ยังมิได้บรรลุพระอรหัต ควรตั้งอยู่ในอนาคามิ- ผล สกทาคามิผล หรือโสดาปัตติผล. โดยปริยายสุดท้ายควรประพฤติถือเอา วิปัสสนาสุขอย่างเดียวจนถึงพระอรหัตทำให้คล่องแคล่ว. บทที่เหลือในที่ทั้งปวง ง่ายทั้งนั้น.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ