เล่มที่ 20

ส่วนที่ 279

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 279 อ้างอิง: Book 20, Section 279 ประเภท: section


เนื้อหา

ลำดับนั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้าครั้นออกพรรษาแล้วจักทรงหลีกไป จาริก. เมื่อเป็นเช่นนั้นท่านจักประชุมสงฆ์เพื่อขอให้พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงยก โทษในที่ที่เสด็จไปแล้ว. ภิกษุทั้งหลายผู้อยู่ในทิศ ณ ที่นั้นจักถามว่า อาวุโส ทั้งหลายภิกษุนี้ทำกรรมอะไรไว้ ฯ ล ฯ แม้สำคัญอยู่ว่าความผิดนี้จักถึงความเป็น ผู้ทำคืนได้ยากจึงกล่าวอย่างนี้. บทว่า เอตทโวจ ท่านพระภัททาลิได้กล่าวคำ นั้นความว่า ท่านพระภัททาลิแม้สำคัญว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าจักยกโทษแก่เรา ได้กล่าวคำนี้มีอาทิว่า อจฺจโย มํ ภนฺเต ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ โทษได้ครอบ งำข้าพระองค์ดังนี้. ในบทเหล่านั้นบทว่า อจฺจโย คือ โทษ. บทว่า มํ อจฺจคมา ได้ ครอบงำข้าพระองค์คือโทษได้ล่วงล้ำครอบงำข้าพระองค์เป็นไปแล้ว. บทว่า ปฏิคฺคณฺหาตุ คือขอจงทรงยกโทษ. บทว่า อายตึ สํวราย เพื่อความสำรวม ต่อไป คือ เพื่อต้องการความสำรวมในอนาคต เพื่อไม่ทำความผิดความพลั้ง- พลาดเห็นปานนี้อีก. บทว่า ตคฺฆ คือโดยแน่นอน. บทว่า ยถาธมฺมํ ปฏิกโรสิ เธอทำคืนตามชอบธรรม คือ เธอดำรงอยู่ ในธรรมอย่างใดจงทำอย่างนั้น. อธิบายว่า ให้ยกโทษ. บทว่า ตนฺเต มยํ ปฏิคฺคณฺหาม คือเรายกโทษของ ท่านนั้น. บทว่า วุฑฺฒิ เหสา ภทฺทาลิ อริยสฺส วินเย ความว่า ดูก่อน ภัททาลิ นี้ชื่อว่าเป็นความเจริญในวินัยของพระอริยเจ้า คือในศาสนาของพระ- ผู้มีพระภาคพุทธเจ้า. การเห็นโทษโดยความเป็นโทษแล้วทำคืนตามสมควรแก่ ธรรมแล้วถึงความสำรวมต่อไปเป็นอย่างไร. พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ภิกษุ ใดทำเทศนาให้เป็นบุคลาธิษฐาน เห็นโทษโดยความเป็นโทษ แล้วทำคืนตาม สมควรแก่ธรรม ภิกษุนั้นชื่อว่าย่อมถึงความสำรวมต่อไป.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ