เล่มที่ 20

ส่วนที่ 139

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 139 อ้างอิง: Book 20, Section 139 ประเภท: section


เนื้อหา

พอดวงจันทร์ขึ้นพระมหาบุรุษก็เข้าปาทกฌานและอภิญญา ออกจาก อภิญญาแล้วก็บริกรรม ด้วยจิตฝ่ายกามาวจร เนรมิตอัตภาพพรหมประมาณ ๑๒ โยชน์ ด้วยจิตที่ประกอบด้วยฤทธิ์ เหาะขึ้นสู่เวหาส เข้าไปภายในจันทร- วิมาน ทำลายวงพระจันทร์ ซึ่งกำลังลอยขึ้นจากชายป่า ละจันทรวิมาน แล้ว ก็อยู่ข้างหน้า อธิษฐานว่า ขอมหาชนจงเห็นเรา มหาชนเห็นแล้ว ก็กล่าวว่า ผู้เจริญทั้งหลาย คำของนางทิฏฐมังคลิกาเป็นจริง ท้าวมหา- พรหมเสด็จมา พวกเราจักบูชาท่าน แล้วถือเอาของหอมและพวงดอกไม้ยืน ล้อมเรือนของนางทิฎฐมังคลิกาไว้. พระมหาบุรุษเหาะเวียนไปรอบ ๆ กรุง พาราณสี ๗ ครั้งเหนือศีรษะ รู้ว่ามหาชนเห็นแล้วละอัตภาพประมาณ ๑๒ โยชน์ เสีย แล้วเนรมิตอัตภาพเท่าคนธรรมดา เมื่อมหาชนกำลังดูอยู่ ก็เข้ายังเรือน มุงหนัง. มหาชนเห็นแล้วก็พูดว่า ท้าวมหาพรหมของพวกเราเสด็จมาแล้ว พวกเจ้าจงนำม่านมา วงนิเวศน์ไว้ด้วยม่านขนาดใหญ่ยืนล้อมไว้ แม้พระมหา- บุรุษก็นั่งกลางที่นอนอันมีสิริ นางทิฏฐมังคลิกาก็ยืนอยู่ใกล้ ๆ. ครั้งนั้น พระ- มหาบุรุษก็ถามนางว่า ดูก่อน ทิฏฐมังคลิกา เจ้ามีระดูหรือ. นางตอบว่า จ้ะ นาย. พระมหาบุรุษกล่าวว่า เจ้าจงรับบุตรที่เราให้ไว้ แล้วเอาปลายนิ้วมือ แตะบริเวณท้อง. ด้วยการแตะท้องเท่านั้น นางก็ตั้งครรภ์. พระมหาบุรุษ กล่าวว่า ดูก่อนทิฏฐมังคลิกา ด้วยเหตุเพียงเท่านี้ น้ำชำระเท้าของเจ้า จัก เป็นน้ำอภิเษกพระราชาทั้งหลายในสกลชมพูทวีป เจ้าจงยืนขึ้น ดังนี้แล้วเนรมิต อัตภาพพรหม เมื่อมหาชนกำลังดูอยู่ก็ออกจากเรือนเหาะขึ้นสู่เวหาส เข้าไปยัง วงพระจันทร์นั่นแล. ตั้งแต่ก่อนที่ นางได้ชื่อว่า พรหมปชาบดี ชื่อว่าผู้ที่ จะได้น้ำสำหรับล้างเท้าไม่มี. พวกพราหมณ์ปรึกษากันว่าพวกเราจักเชิญพรหม- ปชาบดีให้เข้าไปอยู่ภายในพระนคร หามไปด้วยวอทอง ไม่ให้คนที่มีชาติ ไม่บริสุทธิ์ ๗ ชั่วคนหามวอ. พราหมณ์ผู้มีชาติและมนต์ ๑๖ คน หามไป. คน ที่เหลือบูชาด้วยของหอม และดอกไม้เป็นต้น เข้าไปสู่พระนคร ปรึกษากัน ว่า ผู้เจริญทั้งหลาย พรหมปชาบดี ไม่อาจอยู่ในเรือนที่ตนเคยอยู่มาได้แล้ว พวกเราจักหาที่ดินสร้างเรือนแก่นาง นางจงอยู่ที่มณฑป ที่พวกเรากำลังสร้าง อยู่ ดังนี้ แล้วจัดให้นางอยู่ที่มณฑป. ตั้งแต่นั้นมา คนทั้งหลายได้แต่ยืนอยู่ พอเห็นนาง ผู้ต้องการไหว้ก็ต้องให้กหาปณะหนึ่งจึงจะไหว้ได้, ผู้ต้องการไหว้ ในที่รอบ ๆ พอได้ยินเสียง ต้องให้ร้อยกหปณะ จึงไหว้ได้, ผู้ต้องการไหว้ ในที่ใกล้ ซึ่งเป็นที่ได้ยินเสียงพูดตามปกติ ต้องให้ห้าร้อยกหาปณะ จึง ไหว้ได้ ผู้ต้องการวางศีรษะที่เท้าแล้วไหว้ ต้องให้หนึ่งพันกหาปณะ, ผู้ ปรารถนาน้ำชำระเท้า ต้องให้หมื่นกหาปณะ จึงได้. นางมาแต่ ภายนอก พระนครจนถึงมณฑปภายในพระนคร ได้ทรัพย์ประมาณร้อยโกฏิ. สกล ชมพูทวีปก็เลื่องลือกัน. พระราชาทั้งปวงคิดว่า เราจักทำการอภิเษกด้วย น้ำชำระเท้าของพรหมปชาบดี ทรงส่งทรัพย์ไปแสนกหาปณะจึงได้น้ำมา. นางกำลังอยู่ในมณฑปนั้นแล ก็คลอดบุตรออกมา กุมารที่อาศัยพระมหาบุรุษ ได้มาก็ผ่องใส ถึงพร้อมด้วยลักษณะ. สกลชมพูทวีป ก็โกลาหลเป็นอันเดียว กันว่า บุตรของท้าวมหาพรหมเกิดแล้ว ทรัพย์ที่ได้มาแต่คนนั้น ๆ ก็ประมาณ พันโกฏิ ด้วยประสงค์ว่าจะเป็นค่า ขีรมณี (คือค่าน้ำนม) ของกุมาร แม้ นิเวศน์ (ที่อยู่) ก็สำเร็จด้วยทรัพย์มีประมาณเพียงเท่านั้น. คนทั้งหลาย ปรึกษากันว่า พวกเราจักขนานนามของกุมาร แล้วตกแต่งนิเวศน์ให้กุมารสรง สนานด้วยน้ำหอม ประดับประดาแล้ว ก็ขนานนามว่า มัณฑพยะ เพราะ เกิดในมณฑป กุมารจำเริญมาด้วยความสุข ก็ถึงวัยเล่าเรียนศิลปะ ปราชญ์ผู้ รู้ศิลป์ในสกลชมพูทวีปก็มายังสำนักของกุมาร ให้กุมารศึกษาศิลป กุมารเฉลียว ฉลาดมีปัญญา ก็เล่าเรียนศิลปะที่สดับ ๆ มาแล้วได้เหมือนร้อยแก้วมุกดาฉะนั้น ศิลปะที่เล่าเรียน ๆ ไว้แล้ว ก็ทรงจำไว้ประหนึ่งน้ำมันที่ใส่ในหม้อทองฉะนั้น ตราบจนปริยัติคล่องปาก เพราะเหตุนั้น ปริยัติที่ชื่อว่าไม่เล่าเรียนไม่มี. พราหมณ์ทั้งหลายก็ห้อมล้อมกุมารนั้น เที่ยวไป แม้กุมารนั้นก็เป็นผู้ที่พราหมณ์ เลี้ยงดูแล้ว. พราหมณ์แปดหมื่นคน รับนิตยภัตในเรือน แม้เรือนข้องกุมารนั้น ก็ใหญ่โต มีซุ้มประตูถึง ๗ ซุ้ม. ทรัพย์ที่ชาวชมพูทวีปส่งให้ในวันมงคลใน เรือนก็ตกประมาณแสนโกฏิ.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ