เล่มที่ 20
ส่วนที่ 83
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 83 อ้างอิง: Book 20, Section 83 ประเภท: section
เนื้อหา
คำว่า อาปณํ นาม ความว่า ได้ยินว่า ในนิคมนั้นมีตลาดที่สำคัญ ๆ แยกได้ถึงสองหมื่นตลาด แม้เพราะเหตุที่นิคมนั้นมีตลาดหนาแน่น จึงถือ ได้ว่าเป็น อาปณะ (ตลาด) ส่วนภูมิภาคที่มีเงาทึบน่ารื่นรมย์ ริมฝั่ง แม่น้ำไม่ไกลนิคมนั้น ชื่อว่า แนวป่ามหาวัน พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับ ณ แนวป่ามหาวันนั้น ด้วยเหตุนั้นนั่นแล พึงทราบว่า พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรง กำหนดสถานที่อยู่ ณ แนวป่ามหาวันนั้น คำว่า เยนญฺตโร วนสณฺโฑ เตนุปสงฺกมิ ความว่า พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงส่งภิกษุสงฆ์ไปยังสถานที่อยู่ เสด็จเข้าไปแต่พระองค์เดียว ท่านหมายถึง โปตลิยคฤหบดี จึงกล่าวว่า โปตลิ- โยปิ โข คหปติ คฤหบดีชื่อมีอย่างนี้ว่า โปตลิยะ. บทว่า สมฺปนฺนนิวาส- นปารุปโน แปลว่า มีผ้านุ่งผ้าห่ม บริบูรณ์ อธิบายว่า นุ่งผ้าชายยาวผืน หนึ่ง ห่มผืนหนึ่ง. บทว่า ฉตฺตูปาหนานิ ได้แก่ กั้นร่ม สวมรองเท้า. บทว่า อาสนานิ ได้แก่ อาสนะ มีตั่งทำไว้เป็นบัลลังก์และตั่งทำด้วยฟาง เป็นต้น. แท้จริง โดยที่สุดแม้กิ่งไม้หัก ๆ ก็เรียกว่า อาสนะ ได้ทั้งนั้น. บทว่า คหปติวาเทน แปลว่า ด้วยคำนี้ว่า คฤหบดี. บทว่า สมุทาจรติ แปลว่า เรียก. คำว่า ภควนฺตํ เอตทโวจ ความว่า โปตลิยคฤหบดี ไม่อาจรับ คำว่า คฤหบดี ครั้งที่สามได้ จึงทูลพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ตยิทํ โภ โคตม ดังนี้เป็นต้น . ในคำเหล่านั้น คำว่า นจฺฉนนํ แปลว่า ไม่เหมาะ. คำว่า นปฺปฏิรูปํ แปลว่า ไม่ควร. คำว่า อาการา เป็นต้นทั้งหมด เป็นไวพจน์ ของเหตุ. แท้จริง การนุ่งผ้าชายยาว การไว้ผม ไว้หนวด ไว้เล็บ ชื่อว่า อาการ เพราะอรรถวิเคราะห์ว่า เพศคฤหัสถ์ทั้งหมดนั้นแลกระทำภาวะคฤหัสถ์ ของโปตลิยคฤหบดีให้ปรากฏ อาการเหล่านั้น ท่านเรียกว่า เพศ เพราะตั้ง อยู่โดยทรวดทรงของคฤหัสถ์ เรียกว่า นิมิต เพราะเป็นเครื่องหมายบอกให้ เข้าใจถึงภาวะของคฤหัสถ์. ด้วยคำว่า ยถาตํ คหปติสฺส พระผู้มีพระภาคเจ้า ย่อมทรงแสดงว่า อาการ เพศ และเครื่องหมาย พึงมีแก่คฤหบดี ฉันใด อาการ เพศ และเครื่องหมายเหล่านั้นก็มีแก่ท่านฉันนั้น ด้วยเหตุนั้น เราจึง เรียกอย่างนี้. ครั้งนั้น โปตลิยคฤหบดี ไม่ยอมรับคำว่า คฤหบดี ด้วยเหตุ อันใด เมื่อจะปร ะกาศเหตุอันนั้น จึงทูลว่า ตถา หิ ปน เม ดังนี้เป็นต้น. คำว่า นิยฺยาตํ แปลว่า ทรัพย์มรดกที่ได้รับมอบ. คำว่า อโนวาที ความ ว่า คนผู้กล่าวสอนโดยนัยเป็นต้นว่า พ่อเอย พวกเจ้าจงไถ จงหว่าน จง ประกอบด้วยการค้าขาย พวกเจ้าจักเป็นอยู่ หรือเลี้ยงลูกเมียได้อย่างไร ดังนี้ ชื่อว่า ผู้กล่าวว่า ข้าพเจ้าไม่กระทำทั้งสองอย่างนั้น ด้วยเหตุนั้น โปตลิย- คฤหบดีจึงแสดงว่า ในเรื่องนั้น ข้าพเจ้าไม่ใช่ผู้กล่าวสอน ไม่ใช่ผู้ว่ากล่าว. ด้วยคำว่า ฆาสจฺฉาทนปรโม วิหรามิ โปตลิยคฤหบดี แสดงว่าข้าพเจ้า กระทำงานเพียงเพื่ออาหาร และเพียงเพื่อเครื่องนุ่งห่ม เป็นอย่างยิ่ง เท่านั้นอยู่ ไม่ปรารถนานอกเหนือไปจากนี้ คำว่า คิทฺธิ โลโภ ปหาตพฺโพ ได้แก่ความ โลภ อันเป็นตัวติดข้อง ควรละเสีย. คำว่า อนินฺทาโรโส ได้แก่การไม่ นินทาและไม่กระทบกระทั่ง. คำว่า นินฺทาโรโส ได้แก่ การนินทาและการ กระทบกระทั่ง. การเรียกชื่อ การบัญญัติชื่อ คำพูด และเจตนาก็ดี ชื่อว่า โวหารในบาลีนี้ว่า โวหารสมุจฺเฉทาย บรรดาโวหารเหล่านั้น โวหารนี้ว่า ในหมู่มนุษย์ผู้ใดผู้หนึ่ง อาศัยการเรียกชื่อว่า ดูก่อนวาเสฏฐะ ท่านจงรู้อย่างนี้ ผู้นั้นเป็นพ่อค้ามิใช่พราหมณ์. โวหารว่า การนับชื่อ การตั้งชื่อ การบัญญัติชื่อ การเรียกชื่อ นี้ชื่อว่า บัญญัติโวหาร. โวหารว่า ย่อมพูด ย่อมไม่ปรามาส โดยประการนั้น ๆ นี้ชื่อว่า วจนโวหาร. ในโวหารว่า อริยโวหาร ๘ อนริย- โวหาร ๘ นี้ชื่อว่า เจตนาโวหาร. ในที่นี้ท่านหมายถึงเจตนาโวหารนี้. อีกอย่าง หนึ่ง จำเดิมตั้งแต่เวลาบวช เจตนาว่าคฤหัสถ์ไม่มี เจตนาว่าสมณะมีอยู่ คำว่า คฤหัสถ์ ไม่มี คำว่า สมณะ มีอยู่ บัญญัติว่า คฤหัสถ์ ไม่มี บัญญัติว่า สมณะมีอยู่ การกล่าวเรียกว่า คฤหัสถ์ ไม่มี การกล่าวเรียกว่า สมณะ มีอยู่ เพราะฉะนั้น จึงได้โวหารแม้ทั้งหมด.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ