เล่มที่ 20
ส่วนที่ 55
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 55 อ้างอิง: Book 20, Section 55 ประเภท: section
เนื้อหา
ครั้งนั้น พระรัศมีอันมีพรรณดังทอง พลุ่งออกจากพระกายเบื้องหน้า ของพระผู้มีพระภาคเจ้านั้นกินพื้นที่ระยะแปดสิบศอก. พระรัศมีอันมีพรรณดั่ง ทองพลุ่งออกจากพระวรกายเบื้องหลัง เบื้องขวา เบื้องซ้าย ก็กินพื้นที่ระยะ แปดสิบศอก พระรัศมีอันมีพรรณดังแววหางนกยูง พลุ่งออกจากวนพระเกศา ทั้งหมดตั้งแต่ปลายพระเกศาเบื้องบน กินพื้นที่ระยะแปดสิบศอก ณ พื้นอัมพร พระรัศมีอันมีพรรณดังแก้วประพาฬพลุ่งออกจากพื้นพระบาท เบื้องล่าง กิน พื้นที่ระยะแปดสิบศอก ณ แผ่นพื้นปฐพีอันทึบ พระพุทธรัศมีมีพรรณ ๖ โชติ ช่วง แผ่พวยพุ่งไปตลอดพื้นที่ระยะแปดสิบศอก โดยรอบ ประดุจแสงไฟที่ พุ่งออกจากดวงประทีปด้ามทองขึ้นไปสู่อากาศ ประดุจสายฟ้าที่พุ่งออกจากเมฆ ก้อนใหญ่ ทั้งสี่ทิศ ด้วยประการฉะนี้. พระพุทธรัศมีกระจายแผ่ไปทุกทิศาภาค ประหนึ่งเกลื่อนกล่นด้วยดอก จำปาทอง ประหนึ่งราดด้วยสายน้ำทองที่ออกจากหม้อทอง ประหนึ่งล้อมไว้ ด้วยแผ่นทองที่คลี่แล้ว ประหนึ่งดารดาษด้วยละอองดอกทองกวาวและดอก กรรณิการ์ ที่ลมเวรัมภาก่อให้เกิดขึ้น. พระสรีระแม้ของพระผู้มีพระภาคเจ้าก็รุ่งเรืองด้วยพระวรลักษณ์สาม- สิบสอง ประดับด้วยพระอนุพยัญชนะแปดสิบและพระรัศมีวาหนึ่ง สง่างามประ หนึ่งพื้นนภากาศ ซึ่งมีดวงดาวสะพรั่ง ประหนึ่งป่าปทุมที่บานแล้ว ประหนึ่ง ปาริฉัตรสูงร้อยโยชน์ที่มีดอกบานสะพรั่งไปทั้งต้น ประหนึ่งเอาสิริครอบงำสิริ ของพระจันทร์สามสิบสองดวง พระอาทิตย์สามสิบสองดวง พระเจ้าจักรพรรดิ สามสิบสองพระองค์ ราชาแห่งเทวดาสามสิบสององค์ มหาพรหมสามสิบสอง องค์ ซึ่งสถิตอยู่ตามลำดับ เหมือนอย่างทานที่ทรงถวาย ศีลที่ทรงรักษา กัลยาณกรรมที่ทรงกระทำตลอดสี่อสงไขย ยิ่งด้วยแสนกัป ประดับด้วยทศบารมี ทศอุปบารมี ทศปรมัตถบารมี รวมเป็นบารมีสามสิบถ้วน ที่ทรงบำเพ็ญ มาด้วยดีแล้ว ก็มาประชุมลงในอัตภาพอันเดียว ไม่ได้ฐานะที่จะให้วิบาก เป็นเหมือนตกอยู่ในที่คับแคบ เป็นเหมือนประหนึ่งเวลายกสิ่งของจากพันลำเรือ ลงสู่เรือลำเดียว ประหนึ่งเวลายกสิ่งของจากพันเล่มเกวียนลงสู่เกวียนเล่มเดียว ประหนึ่งเวลาเอาแม่น้ำยี่สิบห้าสาย รวมกองเป็นสายเดียวกัน ที่ประตูทางร่วม (ชุมทาง) แห่งโอฆะ คนทั้งหลายยกประทีปมีด้ามหลายพันดวงไว้เบื้องหน้า ของพระผู้มีพระภาคเจ้า แม้ที่กำลังเปล่งโอภาสด้วยพระพุทธสิรินี้. เบื้องหลัง ทางซ้าย ข้างขวา ก็อย่างนั้นเหมือนกัน ฝนทั้งหลายที่ปล่อยเมฆทั้งสี่ทิศของ ดอกมะลิซ้อน ดอกจำปา ดอกมะลิป่า ดอกอุบลแดง อุบลขาว กำยานและ ยางทราย และดอกไม้ที่มีสีเขียว สีเหลืองเป็นต้น มีกลิ่นหอมและละเอียด ก็ กระจายไปเหมือนละอองน้ำ เสียงกึกก้องของดนตรี มีองค์ห้า และกึกก้อง แห่งเสียงสดุดี อันประกอบด้วยคุณของพระพุทธเจ้า พระธรรมและพระสงฆ์ก็ ตามไปทุกทิศ ดวงตาของเหล่าเทวดา มนุษย์นาค สุบรรณ คนธรรพ์ และยักษ์ เป็นต้นก็ได้เห็นเหมือนดื่มน้าอมฤต แต่จะอยู่ในฐานะที่กล่าวพรรณนาการเสด็จ พระพุทธดำเนินด้วยโศลกพันบท ก็ควร ในข้อนั้นจะกล่าวพอเป็นทางดังนี้.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ