เล่มที่ 20
ส่วนที่ 26
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 26 อ้างอิง: Book 20, Section 26 ประเภท: section
เนื้อหา
ถามว่า ก็แม้เมื่อตั้งอยู่เฉพาะพระพักตร์พระพุทธเจ้าทั้งหลาย จะมี อันตรายแก่มรรคผลหรือ. ตอบว่า มีซิ. แต่มิได้มีเพราะอาศัยพระพุทธเจ้า ทั้งหลาย. โดยที่แท้ย่อมมีได้เพราะความเสื่อมของกิริยาหรือเพราะปาปมิตร. ใน อันตรายทั้งสองนั้น ชื่อว่าย่อมมีเพราะความเสื่อมของกิริยาดังต่อไปนี้. หากว่า พระธรรมเสนาบดีรู้อัธยาศัยของธนัญชานิยพราหมณ์แล้ว ได้แสดงธรรม พราหมณ์นั้นจักได้เป็นพระโสดาบัน. อย่างนี้ชื่อว่าย่อมมีเพราะความเสื่อมแห่ง กิริยา. ชื่อว่าย่อมมีเพราะปาปมิตรมีอธิบายดังนี้. หากว่าพระเจ้าอชาตศัตรูเชื่อ คำของเทวทัตแล้วไม่ทำปิตุฆาต. พระเจ้าอชาตศัตรูจักได้เป็นโสดาบันในวันที่ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสสามัญญผลสูตรนั่นเอง. แต่เพราะพระเจ้าอชาตศัตรู เชื่อคำของเทวทัตนั้นแล้วทำปิตุฆาต จึงไม่ได้เป็นโสดาบัน. อย่างนี้ชื่อว่า อันตรายย่อมมีเพราะปาปมิตร. ความเสื่อมแห่งกิริยาเกิดแก่อุบาสกแม้นี้ เมื่อ เทศนายังไม่จบพราหมณ์ลุกหลีกไปเสีย. บทว่า อปิจ ภิกฺขเว เอตฺตาวตาปิ เปสฺโส หตฺถาโรหปุตฺโต มหตา อตฺเถน สํยุตฺโต อนึ่ง ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย แม้ด้วยการฟังโดย สังเขปเพียงเท่านี้ นายเปสสะควาญช้างยังประกอบด้วยประโยชน์ใหญ่. ถามว่า ด้วยประโยชน์ใหญ่เป็นไฉน. ตอบว่า คือด้วยอานิสงส์ ๒ ประการ. นัยว่าอุบาสก เลื่อมใสในพระสงฆ์ และนัยใหม่ยิ่งเกิดแก่อุบาสกนั้นเพื่อกำหนดถือเอาสติปัฏ- ฐาน ด้วยเหตุนั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า มหตา อตฺเถน สํยุตฺโต เป็นผู้ประกอบด้วยประโยชน์ใหญ่. กันทรกปริพาชกได้ความเลื่อมใสในพระสงฆ์ เท่านั้น. บทว่า เอตสฺส ภควา กาโล ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า นี้เป็นกาล แห่งการแสดงธรรมนั้น ความว่า นี้เป็นกาลแห่งการกล่าวธรรมหรือว่าแห่งการ จำแนกบุคคล ๔ จำพวก.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ