เล่มที่ 19
ส่วนที่ 287
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 287 อ้างอิง: Book 19, Section 287 ประเภท: section
เนื้อหา
ภิกษุทั้งหลาย เหมือนอย่างว่า ผลสุกของย่างทราย (ย่านไทร) พึงแตกในเดือนท้ายฤดูร้อน. ภิกษุทั้งหลาย ครั้งนั้นแล พืชย่างทราย นั้น ก็จะพึงตกไปที่โคนสาละ (รังแบบอินเดีย) ต้นใดต้นหนึ่ง. ครั้งนั้นแล ภิกษุทั้งหลาย เทวดาผู้สิงอยู่ที่ต้นสาละนั้น ก็เกิดกลัว ตกใจ พึงถึงความ สะดุ้ง. ภิกษุทั้งหลาย ครั้งนั้นแล พวกเพื่อนฝูง ญาติพี่น้อง ของเทวดาผู้สิงอยู่ที่ ต้นสาละนั้น พวกเทวดาที่สิงอยูในสวน เทวดาที่อยู่ในป่า เทวดาที่อยู่ตามต้น ไม้ เทวดาที่สิงอยู่ที่ต้นไม้ (ที่ตายเมื่อมีผลแก่) ที่ต้นหญ้าและที่ต้นไม้ ใหญ่ๆ ต่างก็มาประชุมพร้อมกันแล้วก็ปลอบโยนย่างนี้ว่า "ผู้เจริญ อย่ากลัว ไปเลย อย่ากลัวไปเลย ผู้เจริญ. อย่างไรเสีย พืชย่างทรายนี้ นกยูงก็จะพึง กลืน, เนื้อก็จะพึงเคี้ยวกิน, ไฟป่าก็จะพึงไหม้, พวกคนงานในป่า ก็จะพึง ถอน, พวกปลวกก็จะพึงขึ้น, หรือก็จะพึงเป็นพืชที่ไม่งอกอีกแล้ว. ภิกษุทั้ง หลาย ครั้งนั้นแล นกยูงก็ไม่กลืนพืชย่างทรายนั้นเลย เนื้อก็ไม่เคี้ยวกิน ไฟป่าก็ไม่ไหม้ พวกคนงานในป่าก็ไม่ถอน พวกปลวกก็ไม่ขึ้น, และพืชก็ยัง จะงอกได้. พืชนั้นถูกฝนที่เมฆหลั่งลงรด ก็งอกได้งอกดี เถาย่างทรายนั้นก็ เป็นต้นอ่อนๆ มีขนอ่อนนุ่ม เลื้อยทอดยอดไปเรื่อย แล้วมันก็เข้าไปเกาะต้น สาละนั้น ภิกษุทั้งหลาย ครั้งนี้แล เทวดาผู้สิ่งอยู่ที่ต้นสาละนั้น ก็พึงมีความ คิดอย่างนี้ว่า "อะไรกันนะ ที่พวกเพื่อนฝูง ญาติพี่น้อง เทวดาที่อยู่ตาม สวน เทวดาที่อยู่ในป่า เทวดาที่อยู่ตามต้นไม้ เทวดาที่อยู่ที่ต้นไม้ (ที่ตายเมื่อ ผลแก่) ที่ต้นหญ้าและที่ต้นไม้ใหญ่ๆ ผู้เจริญเหล่านั้น มองเห็นภัยในอนาคตใน พืชย่างทรายอยู่ ต่างก็มาประชุมพร้อมกัน แล้วก็ปลอบโยนอย่างนี้ว่า "ผู้ เจริญ! อย่ากลัวไปเลย อย่ากลัวไปเลย ผู้เจริญ, อย่างไรเสีย พืชย่างทราย นี้ นกยูงก็จะพึงกลืน, เนื้อก็พึงเคี้ยวกิน, ไฟป่าก็จะพึงไหม้, พวกคนงานใน ป่าก็จะพึงถอน พวกปลวกก็จะพึงขึ้น หรือก็มันจะต้องหมดสภาพเป็น พืช. สัมผัสของเถาย่างทราย ที่อ่อนๆ มีขนนุ่มๆ เลื้อยทอดยอดไปเรื่อยนี้ ช่างเป็นสุขเสียนี่กระไร. เถาย่างทรายนั้น ก็ล้อมรัดต้นสาละนั้น. เมื่อมันล้อม รัดต้นสาละนั้น สูงจนถึงค่าคบแล้ว ก็ทำให้เกิดความทึบลง ซึ่งจะพึงทำลาย ลำต้นใหญ่ๆ ของต้นสาละนั้นได้. ภิกษุทั้งหลาย ครั้งนั้นแล เทวดาผู้สิงอยู่ที่ต้นสาละนั้น ก็จะพึงมีความ คิดอย่างนี้ว่า นี้เองที่พวกเพื่อฝูง ญาติพี่น้อง เทวดาที่อยู่ตามสวน เทวดาที่อยู่ ในป่า เทวดาที่อยู่ตามต้นไม้ เทวดาที่อยู่ต้นไม้ (ที่ตายเมื่อลูกแก่) ที่ต้น หญ้า และที่ต้นไม้ใหญ่ๆ ผู้เจริญเหล่านั้น มองเห็นภัยในอนาคตในพืชย่าง ทรายอยู่ ต่างก็มาประชุมพร้อมกันแล้วปลอบโยนอย่างนี้ว่า " ผู้เจริญ อย่ากลัวไปเลย อย่ากลัวไปเลย ผู้เจริญ, อย่างไรเสีย นกยูงก็จะพึงกลืนกิน พืชย่างทรายนี้ ฯลฯ หรือมันก็จะต้องหมดสภาพเป็นพืช. เรานั้น ย่อมเสวย เวทนาที่เป็นทุกข์ กล้าแข็ง เผ็ดร้อน ก็เพราะพืชย่างทรายเป็นเหตุ โดย แท้ แม้ฉันใด ภิกษุทั้งหลาย ฉันนั้นนั่นแล. มีสมณพราหมณ์พวกหนึ่งมีวาทะอย่าง นี้ มีความเห็นอย่างนี้ว่า โทษในกามทั้งหลายหามีอยู่ไม่ พวกเขาจึงพากันถึง ความดื่มด่ำในกามทั้งหลาย พวกเขาแล ย่อมใช้ให้พวกปริพพาชิกาที่ เกล้ามวยผมบำรุงบำเรอ (ตน) พวกเขากล่าวอย่างนี้ว่า "อะไรกันนะ ที่พวก สมณพราหมณ์ผู้เจริญเหล่านั้น มองเห็นภัยในอนาคตในกามทั้งหลายอยู่ มาพากันกล่าวถึงการละกามทั้งหลายแล้ว ก็บัญญัติความกำหนดรู้กามทั้ง หลายไว้. สัมผัสแขนที่มีขนอ่อนนุ่มของปริพพาชิการุ่น ๆ นี้ ช่างเป็นสุขเสีย นี่กระไร แล้วพวกเขาก็ย่อมถึงความดื่มด่ำในกามทั้งหลาย. เมื่อพวกเขาถึง ความดื่มด่ำในกามทั้งหลายแล้ว เบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตก ก็ย่อมเข้า ถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก. พวกเขาย่อมเสวยเวทนาที่เป็นทุกข์ กล้า แข็ง เผ็ดร้อนในที่นั้น. พวกเขาจึงพากันกล่าวในที่นั้นอย่างนี้ว่า "นี้เอง ที่พวกสมณพราหมณ์ผู้เจริญเหล่านั้น มองเห็นภัยในอนาคตในกามทั้งหลาย อยู่ พากันกล่าวถึงการละกามทั้งหลาย แล้วย่อมบัญญัติความกำหนดรู้กาม ทั้งหลายไว้. ก็พวกเราเหล่านี้ ย่อมเสวยเวทนาที่เป็นทุกข์ แข็งกล้า เผ็ด ร้อน ก็เพราะกามเป็นเหตุ เพราะกามเป็นเค้ามูล.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ