เล่มที่ 19
ส่วนที่ 280
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 280 อ้างอิง: Book 19, Section 280 ประเภท: section
เนื้อหา
ในบทว่า "ก็ทำไมเล่า แม่เจ้า " นี้ วิสาขะย่อมถามถึงใจความของบท แห่งชื่อกายสังขารเป็นต้น. ในการแก้ปัญหานั้น ผู้ศึกษาพึงทราบความหมาย นี้ว่า กายสังขารชื่อว่าอาศัยกาย เพราะเกี่ยวข้องกับกาย เมื่อมีกาย ก็มีกาย สังขาร เมื่อกายไม่มี กายสังขารก็มีไม่ได้ จิตตสังขารชื่อว่าอาศัยจิต เพราะ เกี่ยวข้องกับจิต เมื่อมีจิต ก็มีจิตตสังขาร เมื่อจิตไม่มีจิตตสังขารก็มีไม่ ได้. บัดนี้เมื่อวิสาขะจะถามเพื่อความรู้ว่า "สมาบัตินี้ ย่อมใช้สัญญาเวทยิต- นิโรธหรือหนอ หรือไม่ใช้ หรือเป็นผู้สะสมความชำนิชำนาญในสัญญาเวท- ยิตนิโรธหรือหนอ หรือไม่ใช่ หรือเป็นผู้สะสมความชำนิชำนาญในสัญญา- เวทยิตนิโรธนั้น หรือไม่ต้องเป็นผู้สะสมความชำนิชำนาญ?" จึงกล่าวคำเป็น ต้นว่า " แม่เจ้า ทำอย่างไรเล่าจึงจะเป็นสัญญาเวทยิตนิโรธสมาบัติได้? " ใน การตอบปัญหานั้น ข้อความมีว่า ท่านได้กล่าวถึงเวลาแห่งเนวสัญญานา- สัญญายตนสมาบัติด้วยบททั้ง ๒ ว่า " เราจักเข้า " หรือ " เรากำลังเข้า ". ท่านกล่าวนิโรธภายในด้วยบทว่า "เข้าแล้ว". เวลาที่มีจิต ท่านก็กล่าวด้วยบท ก่อนทั้งสองเหมือนกันนั้น เวลาที่ไม่มีจิต ท่านกล่าวด้วยบทหลัง. คำว่า " จิตก็ เป็นอันอบรมไว้แล้วอย่างนั้นมาก่อนทีเดียว " ได้แก่จิตที่มีกาลเวลาเป็นเครื่อง กำหนดเป็นอันได้อบรมแล้วว่า "ตลอดเวลาเท่านี้ เราจะเป็นไม่มีจิต ในกาล ที่มีระยะเวลาเป็นเครื่องกำหนดก่อนนิโรธสมาบัติ. คำว่า " ย่อมน้อมบุคคลนั้น ได้เข้าไปเพื่อความเป็นอย่างนั้น " คือ ย่อมน้อมบุคคลที่อบรมจิตไว้แล้วอย่างนี้ นั้นเข้าไปเพื่อความเป็นอย่างนั้น ได้แก่เพื่อความเป็นผู้ไม่มีจิต. คำว่า " วจี- สังขารย่อมดับไปก่อน " คือวจีสังขารย่อมดับจากสังขารที่เหลือในฌานที่สอง ก่อน. คำว่า " ต่อจากนั้นกายสังขาร " คือต่อจากนั้นกายสังขารก็ดับไปใน ฌานที่สี่. คำว่า " ต่อจากนั้นจิตตสังขาร " คือต่อจากนั้นจิตตสังขารจึงดับ ไปภายในนิโรธ. ท่านกล่าวเวลาภายในนิโรธด้วยสองบทว่า " เรา จักออก " หรือ " เรากำลังออก " เวลาแห่งผลสมบัติท่านกล่าวด้วยบทว่า " ออก แล้ว " เวลาเป็นผู้ไร้จิต ท่านกล่าวด้วยสองบทก่อนเหมือนกันนั้น. ด้วยบทหลัง ท่านกล่าวเวลาที่มีจิต. คำว่า " จิตก็เป็นอันได้อบรมมาแล้วอย่างนั้นก่อน ทีเดียว " คือจิตที่มีเวลาเป็นเครื่องกำหนดเป็นอันได้อบรมแล้วว่า ตลอดเวลาเท่า นี้เราจะเป็นผู้ไร้จิต ในกาลที่มีระยะเวลาเป็นเครื่องกำหนดไว้ก่อนเข้าถึงนิโรธ- สมาบัติแล้ว ต่อจากนั้นจึงจะเป็นผู้มีจิต. คำว่า " ย่อมน้อมบุคคลนั้นได้เข้าไป เพื่อความเป็นอย่างนั้น " คือย่อมน้อมบุคคลที่อบรมจิตไว้แล้วอย่างนี้นั้นเข้าไป เพื่อความเป็นอย่างนั้น คือเพื่อความเป็นผู้มีจิต. เวลาแห่งการเข้า นิโรธท่านกล่าวไว้ในหนหลัง ในที่นี้ ท่านกล่าวเวลาแห่งการออกจากนิโรธด้วย ประการฉะนี้.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ