เล่มที่ 19
ส่วนที่ 252
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 252 อ้างอิง: Book 19, Section 252 ประเภท: section
เนื้อหา
บัดนี้ เมื่อจะถามถึงความเลิกหมุนเวียน พระมหาโกฏิฐิกเถระ จึง ได้กล่าวคำเป็นต้นว่า " ก็อย่างไร ท่านผู้มีอายุ " ในการตอบคำถามนั้น พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้. คำว่า " เพราะสำรอกความไม่รู้ " ได้แก่เพราะความสิ้นไป และจืด จางแห่งความไม่รู้. คำว่า " เพราะเกิดความรู้ขึ้น " ได้แก่เพราะเกิดความรู้ใน พระอรหัตตมรรค. อย่าไปกล่าวคำทั้งสองนี้ว่า " ความไม่รู้ดับก่อน หรือ ความรู้เกิดก่อน " เพราะเกิดความรู้ขึ้น ความไม่รู้จึงเป็นอันดับไปโดย แท้ เหมือนความมืดหายไป เพราะแสงโพลงของตะเกียง. คำว่า " เพราะความ ทะยานอยากดับไปโดยไม่เหลือ " ได้แก่ เพราะความดับไปโดยไม่เหลือคือ ความสิ้นไปแห่งความทะยานอยาก. คำว่า " ไม่มีความเกิดขึ้นในภพใหม่ อีก " คือความเกิดขึ้นแห่งภพใหม่อีกต่อไปอย่างนี้ย่อมไม่มี, การไป การ มา ทั้งการไปและการมาก็ย่อมไม่มี. วงกลม (ของชีวิต) ก็หยุดหมุนไป ด้วยประการฉะนี้. ก็เป็นอันว่า พระเถระทำให้วงกลม (ของชีวิต ) ถึงที่สุด แล้วแสดง. พระเถระย่อมถามถึงอะไรในคำนี้ว่า "ท่านผู้มีอายุ ก็เป็นไฉนเล่า?" ภิกษุผู้หลุดพ้นทั้งสองส่วน (คือทั้งเจโตวิมุตติ และ ปัญญาวิมุตติ) ย่อมเข้า นิโรธเป็นบางครั้งบางคราว. พระเถระย่อมถามว่า "ข้าพเจ้าขอถามฌานที่ หนึ่งซึ่งมีนิโรธเป็นเครื่องรองรับของภิกษุนั้น" ในคำนี้ว่า " ผู้มีอายุ ก็แล ฌานที่หนึ่งนี้ " พระเถระย่อมถามถึงอะไร? ธรรมดาภิกษุผู้เข้านิโรธ ต้องเข้าใจถึงขอบเขตส่วนกำหนดองค์ว่า ฌานนี้มีองค์ห้า นี้มีองค์สี่ นี้มีองค์ สาม นี้มีองค์สอง. พระเถระจึงถามว่า "ข้าพเจ้าจะขอถามถึงขอบเขตส่วนสำ- หรับกำหนดองค์. ในองค์เป็นต้นว่า " ความตรึก " (นี้) ความตรึกมีการยก ขึ้น (คือยกอารมณ์ขึ้นสู่จิต หรือยกจิตขึ้นสู่อารมณ์) เป็นลักษณะ ความ ตรองมีการเคล้าคลึง (อารมณ์) เป็นลักษณะ, ความเอิบอิ่มมีการแผ่ไปเป็น ลักษณะ. ความสบายมีความชื่นใจเป็นลักษณะ. ความที่จิตมีอารมณ์ เดียว มีความไม่ฟุ้งซ่านเป็นลักษณะ สิ่งทั้งห้าอย่างนี้ ย่อมเป็นไปด้วยประ การฉะนี้.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ