เล่มที่ 19
ส่วนที่ 202
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 202 อ้างอิง: Book 19, Section 202 ประเภท: section
เนื้อหา
บทว่า มตชนฺนาม ความว่า พวกมนุษย์ตะไบเหล็กกล้าด้วยเหล็กแล้ว ขยำผงเหล็กนั้นเข้ากับเนื้อให้นกกระเรียนกิน นกกะเรียนเหล่านั้น ไม่อาจ ถ่ายอุจจาระก็ตาม ถ้าไม่ตาย ก็จะประหารให้ตาย. เมื่อเป็นเช่นนั้น ก็จะผ่า ท้องของนกกะเรียนเหล่านั้น เอาน้ำล้างผงเหล็กเหล่านั้น ถือเอาผงละเอียด คลุกกับเนื้อให้นกกระเรียนทั้งหลายกิน ดังนั้นจึงให้นกกระเรียนกิน อย่างนี้ ๗ ครั้ง แล้วกระทำอาวุธด้วยผงเหล็กที่ถือเอาแล้ว ช่างเหล็กศึกษาดี แล้ว ได้มูลเหตุหัตถกรรมเป็นอันมาก ย่อมกระทำอาวุธนั้น เขาจึงเรียก อาวุธนั้นว่า มตชะ เพราะเกิดจากนกที่ตายแล้ว. อาวุธนั้นเป็นอาวุธคมยิ่ง นัก. บทว่า ปีตินิสฺสิตํ ได้แก่ ชุ่มด้วยน้ำ และลับด้วยหิน. บทว่า สํฆาฏิยา ได้แก่ ฝัก. บทว่า สํปารุตํ ได้แก่ หุ้มไว้แล้ว. บทว่า สมฺปลิเวิตํ ได้แก่ พันไว้โดยรอบ. บทว่า รโชชลฺลิกสฺส ได้แก่ ผู้หมักหมมด้วยธุลี. บทว่า อุทโก- โรหกสฺส ได้แก่ ลงอาบน้ำวันละสามครั้น. บทว่า รุกฺขมูลิกสฺส ได้แก่ อยู่ โคนไม้. บทว่า อพฺโภกาสิกสฺส ได้แก่ อยู่กลางแจ้ง. บทว่า อุพฺภฏฺกสฺส ได้แก่ การอบกาย. บทว่า ปริยายภตฺติกสฺส ได้แก่ การบริโภคอาหารเดือน ละครั้น หรือว่า ครึ่งเดือนต่อครั้ง. คำทั้งหมดนั่นตรัสถึงลัทธิภายนอก. เพราะ ในพระศาสนานี้ ภิกษุผู้ทรงจีวร ไม่เรียกว่า ครองสังฆาฏิ. อนึ่ง วัตรมีการ หมักหมมด้วยธุลีเป็นต้น ในพระศาสนานี้ก็ไม่มี พระดำรัสของพระพุทธเจ้า เท่านั้น เป็นชื่อของพระพุทธพจน์ ไม่ใช่มนต์ เพราะฉะนั้น ก็บทว่า รุกฺขมฺลิโก อพฺโภกาสิโก ย่อมได้เพียงนี้เท่านั้น. แม้คำที่กล่าวแล้วนั้น ก็ตรัสไว้โดย ลัทธิภายนอก. บทว่า ชาตเมว นํ ได้แก่ สักว่าเกิดแล้วในวันนั้นทีเดียว. บทว่า สงฺฆาฏิกํ กเรยฺยุํ ความว่า นุ่งแล้ว ห่มแล้ว ซึ่งผ้าสังฆาฏิ พึงทำให้เป็น สังฆาฏิ. ในคำทั้งปวงก็นัยนี้.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ