เล่มที่ 19
ส่วนที่ 161
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 161 อ้างอิง: Book 19, Section 161 ประเภท: section
เนื้อหา
บัดนี้ พวกภิกษุมีความเป็นขันธ์ปัญจกะนั้นมีปัจจัย และมีนิโรธเป็น อย่างดี ด้วยปัญญาใด พระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อจะตรัสถามถึงความที่ขันธ- ปัญจกะนั้นไม่มีตัณหาในที่นั้น จึงตรัสคำว่า อิมํ เจ ตุมฺเห เป็นต้น. บรรดาบท เหล่านั้น. บทว่า ทิฏฺิ ได้แก่ วิปัสสนาสัมมาทิฏฐิ. ชื่อว่า บริสุทธิ์ เพราะเห็น โดยสภาวะ ชื่อว่า ผุดผ่อง เพราะเห็นปัจจัย. บทว่า อลฺลิเยถ ได้แก่ พึงติดด้วย ตัณหาและทิฏฐิทั้งหลายอยู่. บทว่า เกฬาเยถ ได้แก่ พึงเพลิดเพลินอยู่ ด้วยตัณหา และทิฏฐิ. บทว่า ธเนยฺยาถ ได้แก่ ถึงถึงความอยากได้ เหมือนผู้ปรารถนา ทรัพย์. บทว่า มมาเยถ ได้แก่ พึงยังเหตุสักว่าตัณหาและทิฏฐิให้เกิด ขึ้น. บทว่า นิตฺถรณตฺถาย โน คหณตฺถาย ความว่า พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสว่า ธรรมใด เปรียบด้วยทุ่น (แพชนิดหนึ่ง) ที่เราแสดงแล้ว เพื่อประ โยชน์ในอันสลัดออกจากโอฆะ ๔ พวกเธอพึงรู้ธรรมนั้น มิใช่เพื่อประโยชน์ ในอันถือเอาด้วยสามารถแห่งความใคร่ บ้างหรือหนอ ดังนี้. บัณฑิตพึงทราบ ธรรมฝ่ายขาวโดยตรงกันข้าม. บัดนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อจะทรงแสดงปัจจัยแห่งขันธ์เหล่า นั้น จึงตรัสคำว่า จตฺตาโร เม ภิกฺขเว อาหารา เป็นต้น. คำนั้น มีอรรถตาม ที่กล่าวไว้แล้วนั่นแหละ. มีอธิบายว่า เหมืออย่างว่า ธรรมอย่าหนึ่ง ที่พระผู้ มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า เธอย่อมรู้ธรรมนี้ คือว่า บุคคลเมื่อรู้ด้วยสามารถ แห่งประเพณีเป็นมาอย่างนี้ว่า เราย่อมไม่รู้มารดาของบุคคลนี้อย่าง เดียว ย่อมรู้แม้ซึ่งมารดาของมารกา ดังนี้ ชื่อว่า ย่อมรู้อย่างดี ฉันใด พระผู้ มีพระภาคเจ้าก็ฉันนั้นเหมือนกัน ย่อมทรงทราบชัดแต่เพียงขันธ์อย่างเดียว เท่านั้นก็หาไม่ ทรงทราบความสืบต่อเนื่องๆ กันมาแห่งธรรมที่เป็นปัจจัยทั้ง ปวง อย่างนี้ว่า ย่อมทรงทราบชัดแม้ปัจจัยแห่งขันธ์ทั้งหลาย ย่อมทรงทราบ แม้ปัจจัยแห่งปัจจัยทั้งหลายเหล่านั้น.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ