เล่มที่ 19

ส่วนที่ 18

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 18 อ้างอิง: Book 19, Section 18 ประเภท: section


เนื้อหา

พระเถระถูกพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสถามลักษณะของความไม่ ประมาทแล้วตอบลักษณะของความไม่ประมาทถวายในที่ตั้งแห่งความประมาท ด้วยคำมีประมาณเท่านี้ว่า คือ เวลาเข้าไปที่ภิกขาจาร เวลาออกไป การนุ่ง สบง การห่มจีวร การเที่ยวไปเพื่อบิณฑบาต ภายในหมู่บ้าน ธรรมกถา อนุโมทนา การออกจากหมู่บ้านแล้วทำภัตตกิจ การล้างบาตร เก็บ บาตรและจีวรให้เรียบร้อย เหล่านี้เป็นที่ทำให้เนิ่นช้า สำหรับ ภิกษุ เหล่าอื่น เพราะฉะนั้น พระเถระเมื่อแสดงว่า ขึ้นชื่อว่าเวลาประมาท ย่อมไม่มีแก่เรา เพราะปล่อยที่ประมาณเท่านี้ได้แล้ว จึงตอบลักษณะของ ความไม่ประมาทถวายในที่ตั้งแห่งความประมาท ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า ประทานสาธุการแก่พระเถระนั้นแล้ว เมื่อจะตรัสถามปฐมฌานจึงตรัสอีกว่า อตฺถิ ปน โว ดังนี้ เป็นต้น. บรรดาบท เหล่านั้น บทว่า อุตฺตริมนุสสธมฺมา คือ ธรรมอันยิ่งกว่าธรรมของมนุษย์. บทว่า อลมริยาณทสฺสนวิเสโส ได้แก่ คุณวิเศษคือญาณทัสสนะ สามารถ ทำความเป็นพระอริยะบทว่า กึ หิ โน สิยา ภนฺเต ความว่า เพราะเหตุไร คุณวิเศษที่บรรลุแล้ว จักไม่บรรลุเล่า.บทว่า ยาวเทว คือ เพียงใดนั่นเอง. เมื่อการบรรลุปฐมฌานที่พระเถระตอบชี้แจงแล้ว อย่างนี้ พระผู้มีพระภาค- เจ้าเมื่อตรัสถามทุติฌานเป็นต้น จึงตรัสว่า เอตสฺ ส ปน โว ดังนี้. บรรดา บทเหล่านั้น บทว่า สมติกฺกมาย คือ เพื่อความก้าวล่วง.บทว่า ปฏิปสฺสทฺธิยา คือ เพื่อความสงบระงับ. ที่เหลือ พึงทราบโดยนัยที่กล่าวแล้วในบททั้งปวง. ส่วนในปัญหาสุดท้าย เมื่อตรัสถานนิโรธสมาบัติที่ได้บรรลุด้วยอำนาจ โลกุตตรญาณทัสสนะ จึงตรัสว่า อลมริยาณทสฺสนวิเสโส ดังนี้. พระเถระ. ตอบชี้แจง ตามสมควรแก่การถาม. ในข้อนั้น พระเถระกล่าวว่า เพราะความสุข ที่ไม่ได้เสวย สงบกว่า ประณีตกว่า ความสุขที่เสวยแล้ว ฉะนั้น พวก ข้าพระองค์ยังพิจารณาไม่เห็นผาสุกวิหารอื่นที่ยิ่งกว่าประณีตกว่าเลย. บทว่า ธมฺมิยา กถาย ความว่า ภิกษุแม้ทั้งปวง สำเร็จกิจ ในสัจจะทั้ง ๔ ด้วยธรรมกถา ประกอบด้วยอานิสงส์แห่งสามัคคีรส ไม่มีคำอะไรที่ท่านจะ พึงกล่าวเพื่อประโยชน์แก่การบรรลุสัจจะเหล่านั้น ส่วนพระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสอานิสงส์แห่งสามัคคีรสแก่ภิกษุเหล่านั้นว่า นี้เป็นอานิสงส์และนี้เป็น อานิสงส์ดังนี้ด้วยสามัคคีรส. บทว่า ภควนฺตํ อนุสาเรตฺวา คือ ตามเสด็จ. ได้ยินว่า พวกภิกษุเหล่านั้น รับบาตรและจีวรของพระผู้มีพระภาคเจ้าได้ ไปหน่อยหนึ่ง. ในเวลาที่ภิกษุเหล่านั้นไปส่งเสด็จถึงที่สุดบริเวณแห่งวิหาร พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า เอาบาตรและจีวรของเรามาเถิด พวกเธอจงอยู่ ในที่นี้ แล้วทรงหลีกไป. บทว่า ตโต ปฏินิวตฺติตฺวา ได้แก่ กลับจากที่ไปแล้ว. บทว่า กินฺนุ โข มยํ อายสฺมโต ความว่า ภิกษุทั้งหลาย อาศัยพระผู้มี พระภาคเจ้า บรรลุคุณมีบรรพชาเป็นต้นแล้ว ก็รังเกียจด้วยการกล่าวคุณ ของตน กล่าวแล้ว เพราะเป็นผู้ปรารถนาน้อยในมรรคผลที่บรรลุ. บทว่า อิมาสญฺจ อิมาสญฺจ ได้แก่ โลกิยะและโลกุตตรธรรม มีปฐมฌานเป็นต้น. บทว่า เจตสา เจโต ปริจฺจ วิทิโต ความว่า พระเถระกำหนดจิตด้วยจิต แล้วรู้อย่างนี้ว่า วันนี้ท่านผู้มีอายุ ของเรายังเวลาให้ล่วงไปด้วยโลกิจสมาบัติ วันนี้ยังเวลาให้ล่วงไปด้วยโลกุตตรสมาบัติ. บทว่า เทวตาปิ เม ความว่า แม้พวกเทพดาบอกอย่างนี้ว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญอนุรุทธะวันนี้ พระนันทิยเถระ ผู้เป็นเจ้า ยังเวลาให้ล่วงไปด้วยสมาบัตินี้ วันนี้ พระกิมพิลเถระผู้เป็นเจ้า ยังเวลาให้ล่วงไปด้วยสมาบัตินี้ บทว่า ปญฺหาภิปุฏฺเ€น ความว่า เราเตรียม ปากไว้ด้วยเหตุมีประมาณเท่านี้ว่า ข้อแม้นั้นเรารู้แล้วด้วยตนเอง หรือ เทพดาบอก ดังนี้. ยกถ้อยคำที่ยังไม่ถาม ก็ไม่กล่าวถาม. ส่วนพระผู้มี พระภาคเจ้าถูกถามปัญหาคือ ถูกถามปัญหาอยู่ ทรงตอบชี้แจงพระองค์จึง ตรัสว่า พวกเธอยังไม่ชอบใจในข้อนั้นหรือ.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ