เล่มที่ 18
ส่วนที่ 403
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 403 อ้างอิง: Book 18, Section 403 ประเภท: section
เนื้อหา
พึงทราบว่า กายนี้ ตั้งอยู่ชั่วระยะกาลเล็กน้อย เพราะตั้งอยู่ชั่วระยะกาล นิดหน่อย อย่างนี้. อนึ่งพึงทราบว่า กายนั้น มีกิจนิดหน่อย เพราะเนื่องด้วย ลมอัสสาปัสสาสะเป็นต้น . จริงอยู่ สัตว์ทั้งหลายมีชีวิต เนื่องด้วยลมอัสสาสะ เนื่องด้วยลมปัสสาวะ เนื่องด้วยลมทั้งอัสสาสะทั้งปัสสาสะ เนื่องด้วยมหาภูตรูป เนื่องด้วยกวฬิงการาหาร เนื่องด้วยวิญญาณ ทั้งนี้กล่าวไว้พิสดารแล้วในวิสุทธิ มรรค. บทว่า เอตํ ตณฺหูปาทินฺนสฺส แปลว่า ถูกตัณหายึดถือ ลูบคลำ. บทว่า อหนฺติ วา มมนฺติ วา อสฺมีติ วา อถขฺวสฺส โนเตเวตฺถ โหติ ความว่า ครั้งนั้นแล ภิกษุนั้น ยกขึ้นสู่ไตรลักษณ์พิจารณาอยู่อย่างนี้ ย่อมไม่มีคาหะ คือ ตัณหา มานะและทิฏฐิ ๓ อย่าง ในปฐวีธาตุภายในนี้ว่า นี่เป็นเราเป็นต้น อธิบายว่า ไม่มีเลย. ปฐวีธาตุภายนอก ย่อมอันตรธานไปด้วยอำนาจเตโชธาตุ วาโยธาตุ. เหมือนอันตรธานไปด้วยอำนาจอาโปธาตุ ฉะนั้น. แต่ในที่นี้ มา อย่างเดียวเท่านั้น. แม้นอกนี้ก็พึงทราบโดยความหมายเหมือนกัน . ในคำว่า ตญฺเจ อาวุโส นี้ พระเถระเมื่อเริ่มทำการกำหนดอารมณ์ในโสตทวารของภิกษุ ผู้บำเพ็ญธาตุกัมมัฏฐานนั้น จึงแสดงกำลัง. บทว่า อกฺโกสนฺติ ได้แก่ ด่าด้วยอักโกสวัตถุ ๑๐. บทว่า ปริภาสนฺติ ได้แก่ ข่มด้วยวาจาว่า ท่าน ทำเช่นนี้ ๆ เราจะลงโทษท่านอย่างนี้ ๆ. บทว่า โรเสนฺติ แปลว่า ย่อม เสียดสี. บทว่า วิเหเสนฺติ แปลว่า ย่อมทำให้ลำบาก. ท่านกล่าวเฉพาะ การเสียดสีด้วยวาจาไว้ทั้งหมด. บทว่า โส เอวํ ความว่า ภิกษุผู้บำเพ็ญธาตุ กัมมัฏฐานนั้น ย่อมรู้อย่างนี้. บทว่า อุปฺปนฺนา โข เม อยํ ความว่า เกิด ขึ้นเพราะธาตุ ๔ ที่เกิดเป็นไปในปัจจุบันและ เกิดขึ้นเพราะความกำเริบสืบสาน. บทว่า โสตสมฺผสฺสชา ความว่า เวทนาที่แล่นไปทางโสตทวารเกิดจาก โสตสัมผัส ด้วยอำนาจอุปนิสัย. ด้วยบทว่า ผสฺโส อนิจฺโจ ท่านแสดงว่า โสตสัมผัส ชื่อว่า ไม่เที่ยงเพราะอรรถว่ามีแล้วก็ไม่มี. แม้เวทนาเป็นต้น พึง เข้าใจว่า สัมปยุตด้วยโสตสัมผัสอย่างเดียว. บทว่า ธาตารมฺมณเมว ได้แก่ อารมณ์ กล่าวคือธาตุนั่นเอง. บทว่า ปกฺขนฺทติ ได้แก่ หยั่งลง. บทว่า ปสีทติ ได้แก่ ผ่องใสในอารมณ์. อีกอย่างหนึ่ง คำนั่นเป็นสัตตมีวิภัติอย่าง เดียว. เมื่อว่าด้วยอำนาจพยัญชนสนธิ ท่านกล่าวว่า ธาตารมฺมณเมว ใน คำนี้มีเนื้อความดังนี้ว่า ธาตารมฺมเณเยว ในอารมณ์ คือ ธาตุ. เมื่อว่าด้วย อำนาจธาตุ คำว่า วิมุจฺจติ นี้ ย่อมได้แก่อธิโมกข์ ไม่ยินดี ไม่ยินร้าย. ความจริง ภิกษุผู้บำเพ็ญธาตุกัมมัฏฐานนี้ เมื่ออารมณ์มาปรากฏในโสตทวาร ย่อมกำหนดว่า เป็นมูล เป็นอารมณ์ที่ควรกำหนดรู้ เป็นอารมณ์ที่จรมาเป็น อารมณ์ที่เกิดขึ้นชั่วขณะ. เรื่องพิสดารของอารมณ์นั้น กล่าวไว้แล้วในสติสัม- ปชัญญบรรพ ในสติปัฏฐานสูตร. แต่เวทนานั้น กล่าวไว้แล้ว ในสติปัฏฐาน สูตรนั้นด้วยอำนาจจักขุทวาร. ในที่นี้พึงทราบ ด้วยอำนาจโสตทวาร.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ