เล่มที่ 18

ส่วนที่ 342

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 342 อ้างอิง: Book 18, Section 342 ประเภท: section


เนื้อหา

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ปณฺฑิโต ได้แก่ ผู้ประกอบด้วยความ เป็นบัณฑิต. บทว่า พยตฺโต ได้แก่ ผู้ประกอบด้วยความฉลาด. บทว่า เมธาวี ได้แก่ ผู้ประกอบด้วยปัญญาขั้นมูลฐาน. บทว่า อปฺปรชกฺชชาติโก คือสัตว์บริสุทธิ์หมดกิเลส เหตุข่มไว้ได้ด้วยสมาบัติ. บทว่า อาชานิสฺสติ คือ กำหนดรู้ แทงตลอด. บทว่า าณญฺจ ปน เม ได้แก่ พระสัพพัญ- ญุตญาณเกิดขึ้นแม้แก่เรา. นัยว่า พระผู้มีพระภาคเจ้า ไม่ตกลงพระทัยตาม ถ้อยคำที่เทวดาทูลเท่านั้น ทรงตรวจดูด้วยพระองค์เอง ด้วยพระสัพพัญญุตญาณ ก็ทรงทราบว่า อาฬารดาบสกาลามโคตร ทำกาละ (มรณภาพ) ได้ ๗ วัน นับ แต่วันนี้ บังเกิดในอากิญจัญญายตนภพแล้ว. พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงหมายถึง ข้อนั้น จึงตรัสว่า าณญฺจ ปน เม ทสฺสนํ อุทปาทิ ดังนี้. บทว่า มหาชานิโย คือ ชื่อว่ามหาชานิยะ เพราะมีความเสื่อมใหญ่ เหตุเป็นผู้เสื่อม จากมรรคผล ที่พึงบรรลุระหว่าง ๗ วัน. อาฬารดาบส กาสามโคตรนั้น ก็ ไม่มีโสตประสาทที่จะฟังธรรมแม้ที่พระองค์เสด็จไปแสดงโปรด เพราะท่านบังเกิด ในอขณะ (อสมัย เวลาที่ยังไม่ควรจะตรัสรู้) แม้บทที่จะชักมาเป็นฐานแห่ง พระธรรมเทศนานี้ก็ไม่มี ด้วยเหตุนี้ จึงทรงแสดงว่า มหาชานิโย ชาโต เกิดเสื่อมใหญ่ ดังนี้. บทว่า อภิโทสกาลกโต คือกระทำกาละ เสียแล้ว เมื่อเที่ยงคืน. บทว่า าณญฺจ ปน เม ได้แก่ พระสัพพัญญุตญาณ ก็เกิด ขึ้นแล้วแม้แก่เรา. นัยว่า พระผู้มีพระภาคเจ้า ไม่ทรงตกลงพระทัยตามคำของ เทวดา ทรงตรวจดูด้วยพระสัพพัญญุตญาณ ก็ทรงเห็นว่า อุททกดาบส รามบุตร กระทำกาละเสียเมื่อเที่ยงคืนวานนี้ บังเกิดในเนวสัญญานาสัญญายตน ภพ. เพราะฉะนั้น จึงตรัสอย่างนี้. คำที่เหลือก็เหมือนนัยแรกนั่นแหละ. บทว่า พหุการา แปลว่า มีอุปการะมาก. บทว่า ปธานปหิตตฺตํ อุปฏฺ€หึสุ ความว่า เหล่าภิกษุปัญจวัคคีย์บำรุงเราผู้ตั้งความมุ่งมาดเพื่อทำความเพียร ด้วย การปัดกวาดบริเวณที่อยู่ ด้วยถือบาตรจีวรติดตามไป และด้วยการให้น้ำ บ้วนปากไม้สีฟันเป็นต้น.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ