เล่มที่ 18

ส่วนที่ 189

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 189 อ้างอิง: Book 18, Section 189 ประเภท: section


เนื้อหา

พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสพระพุทธพจน์นี้แล้ว ภิกษุเหล่านั้นมีใจ ชื่นชมยินดีภาษิตของพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้วแล. กกจูปมสูตร มีคำเริ่มต้นว่า ข้าพเจ้าได้ฟังมาอย่างนี้. พึงทราบวินิจฉัยใน กกจูปมสูตรนั้น ดังต่อไปนี้. คำว่า โมลิย- ผัคคุนะ นี้ มวยผม ท่านเรียกว่า โมลี. เหมือนอย่างที่ท่านกล่าวไว้ว่า เฉตฺวาน โมลี วรคนฺธวาสิตํ เวหาสยํ อุกฺขิปิ สากฺยปุงฺคโว รตนจงฺโกฏวเรน วาสโว สหสฺสเนตฺโต สิรสา ปฏิคฺคหิ. จอมศากยะผู้ประเสริฐสุด ทรงตัดพระเมาลี (คือมวยผม) อันอบด้วยของหอมอย่างดีแล้ว โยนขึ้นไปในอากาศ ท้าววาสวะสหัสสเนตรทรง เอาผอบแก้ว อันประเสริฐ ทูนพระเศียร รับไว้ ดังนี้. ในเวลาที่ท่านเป็นคฤหัสถ์มีมวยผมใหญ่ เพราะเหตุนั้น เขาจึงเรียกท่านว่า โมลิยผัคคุนะ. แม้บวชแล้วชนทั้งหลายก็ยังจำชื่อนั้นได้. บทว่า อติเวลํ แปลว่า เกินขอบเขต. ในบทว่า อตํเวลํ นั้น เวลามี ๓ คือ ๑. สีลเวลา ขอบเขตคือศีล จริงอยู่ ในคำว่า ทรงเปล่งอุทานนี้ในเวลานั้น ดังนี้ เวลานี้ชื่อว่า กาลเวลา. ในคำว่า ภิกษุผู้มีธรรมอันตั้งอยู่แล้วจะไม่ก้าวล่วงแดน ดังนี้ เวลานี้ ชื่อว่า ลีมเวลา. ในคำว่า การไม่ล่วงละเมิดเวลา คือที่ชื่อเสตุฆาต- วิรัติ อริยมรรคผู้ฆ่า ซึ่งบาปธรรมอันเป็นนับเนื่องแล้วในพระอริยมรรค ชื่อว่า เสตุ และในคำว่า ชื่อว่า เวลา เพราะอรรถว่าการไม่ล่วงละเมิดนี้ ดังนี้ เวลานี้ชื่อว่า สีลเวลา.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ