เล่มที่ 18

ส่วนที่ 170

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 170 อ้างอิง: Book 18, Section 170 ประเภท: section


เนื้อหา

ภิกษุเข้าไปหาภิกษุผู้ควรเคารพแล้ว สอบถามว่า ท่านขอรับ ข้อนี้ เป็นอย่างไร อรรถของธรรมนี้เป็นอย่างไร เป็นต้น เธอย่อมกำจัดความสงสัย ได้ แม้ด้วยอาการอย่างนี้ เธอก็ย่อมละโมหะในธรรมนั้นได้. แม้เมื่อภิกษุไปสู่ที่เป็นที่ฟังธรรมดามกาลเวลาอันควร ฟังอยู่โดยเคารพ อรรถธรรมในที่นั้น ๆ ย่อมจะแจ่มแจ้งแก่เธอ แม้ด้วยอาการอย่างนี้ เธอก็ ย่อมละโมหะในธรรมนั้นได้. บุคคลผู้ฉลาดในการวินิจฉัยในสิ่งที่เป็นฐาน คือสิ่งที่เป็นไปได้ และ อฐานะ คือสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ว่า นี้เป็นเหตุของสิ่งนี้ นี้ไม่ใช่เหตุของสิ่งนี้ ดังนี้เป็นต้น แม้ด้วยอาการอย่างนี้ เธอก็ย่อมละโมหะในธรรมนั้นได้. เพราะ เหตุนั้น การอาศัยธรรม ๕ ของเธอนั้น จึงชื่อว่า เป็นนิมิตอื่น. อีกอย่างหนึ่ง เมื่อภิกษุเจริญกรรมฐานอย่างใดอย่างหนึ่งใน ๓๘ เธอ ย่อมละอกุศลวิตกเหล่านี้ได้ เพราะนิมิต ๕ ที่มีลักษณะอย่างนี้ เป็นข้าศึกและ ปฎิปักษ์โดยตรงต่อกิเลสทั้งหลายนีราคะเป็นต้น กิเลสที่มีราคะเป็นต้นที่ละได้ ด้วยนิมิต ๕ เหล่านี้แล้ว ย่อมเป็นการละอย่างดี. เหมือนอย่างว่า บุคคลผู้ดับไฟ โดยใช้ไม้สดโบยบ้าง ฝุ่นบ้าง กิ่งไม้อื่น ๆ บ้าง ย่อมทำให้ดับ แต่น้ำซึ่ง เป็นข้าศึกโดยตรงของไฟ เมื่อเขาดับไฟด้วยน้ำซึ่งเป็นข้าศึกโดยตรง ย่อมเป็น การดับดีแล้ว ฉันใด กิเลสทั้งหลายมีราคะเป็นต้นที่ละได้ด้วยนิมิต ๕ เหล่านี้ ชื่อว่า เป็นการละอย่างดี ฉันนั้น. เพราะฉะนั้น บัณฑิตพึงทราบคำเหล่านี้ ตามที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้แล้ว.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ