เล่มที่ 18

ส่วนที่ 85

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 85 อ้างอิง: Book 18, Section 85 ประเภท: section


เนื้อหา

ได้ทำทั้งสองอย่างด้วยคิดว่า เดียรถีย์เหล่านั้น เป็นชาวชนบท ไม่ฉลาดพอในลัทธิของตนและลัทธิอื่น. บทว่า น เจว สมฺปายิสฺสนฺติ ความว่า จักไม่อาจเพื่อที่จะให้ความพอใจ กล่าว. บทว่า อุตฺตริญฺจ วิฆาตํ ความว่า และจักถึงทุกข์ยิ่งกว่า ความไม่ พอใจ. ก็ความทุกข์ย่อมเกิดขึ้นแก่เดียรถีย์ทั้งหลาย ผู้ไม่อาจเพื่อที่จะให้พอ ใจกล่าว. คำว่า ตํ ในบทนี้ว่า ยถาตํ ภิกฺขเว อวิสยสฺมึ เป็นเพียงนิบาต คำว่า ยถา เป็นตติยาวิภัตติ อธิบายว่า เพราะเป็นผู้ถูกถามแล้วในปัญหาอัน มิใช่วิสัย. บทว่า สเทวเก ได้แก่ เป็นไปกับด้วยเทวโลก. แม้ในบทว่า สมารกะ เป็นต้น ก็นัยนี้เหมือนกัน. พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเพิ่มฐาน ๓ เข้า เป็นโลกอย่างนี้แล้ว ทรงกำหนดสัตว์โลกนั้นเทียวว่า หมู่สัตว์สอง รวมเป็น ห้าแล้ว ทรงแสดงว่า เราไม่เห็นเทพ หรือ มนุษย์ไร ๆ ในโลกอันต่างโดย เทวโลกเป็นต้นนั้น. บทว่า อิโต วา ปน สุตฺวา ความว่า ก็หรือ ฟังจาก นี้ คือจากศาสนาของเรา. ทรงแสดงว่า ผู้ไม่ได้เป็นตถาคตก็ดี สาวกของผู้ ไม่ได้เป็นตถาคตก็ดี ฟังจากนี้แล้วพึงยินดี พึงพอใจ ขึ้นชื่อว่า ความยินดีโดย ประการอื่นไม่มี. บัดนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าเมื่อจะทรงแสดงการยังจิตให้ยินดีด้วยการ พยากรณ์ปัญหาเหล่านั้นของพระองค์ จึงตรัสว่า โก จ ภิกฺขเว ดังนี้เป็นต้น. บทว่า กามคุณา ความว่า ชื่อว่ากาม เพราะอรรถว่าอันบุคคลพึงยินดี ชื่อว่า คุณ เพราะอรรถว่า เครื่องผูก อรรถว่า ชั้น ชื่อว่าคุณอรรถ ใน บทนี้ว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตสังฆาฏิสองชั้นสำหรับผ้าที่ได้มา. อรรถ ว่าอยู่ ชื่อว่า คุณอรรถ ในบทนี้ว่า กาลย่อมล่วงไป ราตรีย่อมผ่านไป ชั้น แห่งวัยย่อมละไปตามลำดับ. อรรถว่าอานิสงส์ ชื่อว่า คุณอรรถ ในบทนี้ว่า ทักษิณาอันมีคุณทั้งร้อย อันบุคคลพึงหวัง อรรถว่า เครื่องผูก ชื่อว่า คุณอรรถ ในบทนี้ว่า พึงทำที่สุด กลุ่มที่สุด กลุ่มมาลามีมาก. ท่านประสงค์เอาอรรถว่า เครื่องผูกนั้นอย่างเดียว แม้ในบทนี้. เพราะฉะนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ชื่อว่า คุณ เพราะอรรถว่าเครื่องผูก ดังนี้. บทว่า จกฺขุวิญฺเยฺยา ความว่า พึงเห็นด้วย จักขุวิญญาณ. พึงทราบอรรถ แม้ใน โสต วิญฺเยฺย เป็นต้น โดยทำนองนี้. บทว่า อิฎฺ€า ความว่า จงยินดีก็ตาม ไม่ยินดีก็ตาม ก็เป็นอิฏฐารมณ์. บทว่า กนฺตา ได้แก่ พึงให้ยินดี. บทว่า มนาปา คือ ให้ใจเจริญ. บทว่า ปิยรูปา คือ เกิดความรัก. บทว่า กามูปสญฺหิตา ความว่าประกอบแล้วด้วยกามซึ่ง ทำอารมณ์เกิดขึ้น. บทว่า รชนียา ได้แก่พึงกำหนัด อธิบายว่า เป็นเหตุ เกิดขึ้นแห่งราคะ. ในบททั้งหลายมีว่า ยทิ มุทฺธาย เป็นต้น บทว่า มุทฺธาย ได้แก่ ด้วยการตั้งสัญญาในข้อนี้ทั้งหลายแล้วนับมือ. บทว่า คณนาย ได้ แก่ ด้วยการคำนวณไม่ผิด. บทว่า สงฺขา ความว่า ชนทั้งหลายแลดูนาด้วย การนับข้าวว่า ในนานี้จักมีข้าวประมาณเท่านี้ แลดูต้นไม้ก็รู้ว่า ในต้นไม้ นี้จักมีผลเท่านี้ แลดูอากาศก็รู้ว่า ในอากาศจักมีนกประมาณเท่านี้. บทว่า กสิ ได้แก่ กสิกรรม. บทว่า วณิชฺชา ได้แก่ ทางการค้าขายมีการค้าขายทางน้ำ และการค้าขายทางบกเป็นต้น. บทว่า โครกฺขํ ได้แก่ การรักษาโคของตน หรือของคนเหล่าอื่นทำการเลี้ยงชีพ ด้วยการขายปัญจโครส. การถืออาวุธแล้ว ทำการปฎิบัติ เรียกว่าการยิงธนู. บทว่า ราชโปริสํ ได้แก่การทำราชการ ด้วยอาวุธให้ปรากฏ. บทว่า สิปฺปญฺตรํ ได้แก่ ศิลปะมีศิลปะเพราะช้าง หรือศิลปะเพราะม้าเป็นต้น ที่เหลือจากที่ระบุไว้แล้ว. บทว่า สีตสฺส ปุรกฺขโต ความว่า เผชิญกับความหนาว เหมือนเป้าเผชิญกับลูกศรฉะนั้น อธิบายว่า ผู้ถูกความหนาวเบียดเบียน. แม้ในความร้อนก็นัยนี้เหมือนกัน. ในบทว่า ทํสา เป็นต้น บทว่า ทํสา ได้แก่ เหลือบ. บทว่า มกสา ได้แก่ แมลงทุก ชนิด. บทว่า สิรึสปา ได้แก่ สัตว์เหล่าใดเหล่าหนึ่งเลื้อยคลานไป. บทว่า ริสฺสมาโน ได้แก่ หวั่นไหว กระสับกระส่าย. บทว่า มิยฺยมาโน ได้แก่ ตาย. บทว่า อยํ ภิกฺขเว ความว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย นี้เป็นความลำบาก ซึ่งอาศัยการเลี้ยงชีวิตด้วยศิลปะมีการนับคะแนนเป็นต้น มีความหนาวเป็นต้น เป็นปัจจัย. บทว่า กามานํ อาทีนโว คือ เป็นอันตราย ความว่า เป็น อุปสรรคในกามทั้งหลาย. บทว่า สนฺทิฏฺ€ิโก คือ ประจักษ์ ได้แก่พึงเห็น เอง. บทว่า ทุกฺขกฺขนฺโธ ได้แก่ เป็นกองทุกข์. ในบททั้งหลายมีกามเหตุ เป็นต้น กามทั้งหลายชื่อว่าเป็นเหตุแห่งโทษนั้น เพราะอรรถว่าเป็นปัจจัย เพราะฉะนั้น โทษนั้น จึงชื่อว่ากามเหตุ แปลว่ามีกามเป็นเหตุ. กามทั้งหลาย ชื่อว่า เป็นต้นเค้าของโทษนั้น เพราะอรรถว่า เป็นรากเหง้า เพราะฉะนั้น โทษนั้น จึงชื่อว่า กามนิทาน แปลว่า มีกามเป็นต้นเค้า แต่ท่านกล่าวว่า กามนิทานํ เพราะคลาดเคลื่อนทางลิงค์. กามทั้งหลาย ชื่อว่า เป็นตัวบังคับ ของโทษนั้น เพราะอรรถว่า การณ์ เพราะฉะนั้น โทษนั้น จึงชื่อว่า กามาธิกรณะ แปลว่า มีกามเป็นตัวบังคับ. แต่ท่านกล่าวว่า กามาธิกรณํ เพราะความคลาดเคลื่อนทางลิงค์. บทว่า กามานเมว เหตุ นี้เป็นคำกำหนด อธิบายว่า โทษเกิดขึ้นเพราะกามเป็นปัจจัยนั้นเทียว. บทว่า อุฏฺ€หโต คือ ขยันด้วยความเพียรเป็นเหตุให้มีอาชีพเป็นหลักฐานะ บทว่า ฆฏโต ได้แก่ สืบต่อความเพียรนั้นให้มากขึ้นกว่าในวันก่อน ๆ. บทว่า วายมโต ความว่า กระทำความพยายาม ความบากบั่น ความประกอบ. บทว่า นาภินิปฺผชฺชนฺติ ความว่า โภคะนั้นย่อมไม่สำเร็จ คือ ไม่ขึ้นสู่เงื้อมมือ. บทว่า โสจติ คือ ย่อมเศร้าโศกด้วยความเศร้าโศกอันแรงกล้าเกิดขึ้นในจิต. บทว่า กิลมติ ได้แก่ ย่อมลำบากด้วยทุกข์ที่เกิดขึ้นในกาย. บทว่า ปริเทวติ ได้แก่ ย่อมคร่ำครวญ ด้วยวาจา. บทว่า อุรตฺตาฬึ คือ ตีอก.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ