เล่มที่ 18
ส่วนที่ 7
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 7 อ้างอิง: Book 18, Section 7 ประเภท: section
เนื้อหา
ฝ่ายบุคคลมีประมาณในธรรม เห็นศีลคุณ สมาธิคุณ ปัญญาคุณ ฌานวิโมกข์ สมาธิสมบัติ สัมปทา ความบริบูรณ์แห่งอภิญญา ยมกปาฏิหาริย์ เทโวโรหณะ และความอัศจรรย์หลายประการ มีการทรมานปาฏิกบุตรเป็นต้น ของพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว ย่อมเลื่อมใสในพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นเทียว. บุคคลเหล่านั้น เลื่อมใสอย่างนี้แล้ว ย่อมนำลาภสักการะใหญ่ถวายแด่ พระผู้มีพระภาคเจ้า แต่ลาภสักการะของเดียรถีย์ทั้งหลายก็เสื่อมไป ดุจกาใน พาเวรุชาดก. เหมือนอย่างท่านกล่าวว่า นางนกยูงร้องเสียงไพเราะ เพราะ ไม่เห็นนกยูง จึงบูชากาในพาเวรุนั้น ด้วยเนื้อและผลไม้ ก็ในกาลใด นกยูงที่ ถึงพร้อมด้วยเสียงสู่พาเวรุ ในกาลนั้น ลาภและสักการะของกาก็เสื่อมไป ในกาล ใด พระพุทธเจ้าผู้ธรรมราชา ทรงกระทำ แสงสว่างยังไม่อุบัติขึ้น ในกาลนั้น ชนอื่น เป็นอันมาก ได้บูชาสมณพราหมณ์ทั้ง หลาย แต่ในกาลใด พระพุทธเจ้าทรงถึง พร้อมด้วยเสียง ทรงแสดงธรรม ในกาล นั้น ลาภและสักการะของเดียรถีย์ทั้งหลาย ก็เสื่อมไป. เดียรถีย์เหล่านั้น เสื่อมจากลาภและสักการะอย่างนี้แล้ว แม้จะยังราตรี ให้สว่างเพียงหนึ่งนิ้ว สองนิ้ว ก็เป็นผู้เสื่อมจากรัศมี ดุจหิงห้อยทั้งหลายใน เวลาพระอาทิตย์ขึ้นฉะนั้น. หิงห้อยทั้งหลายย่อมแสดงออกซึ่ง แสงในราตรีข้างแรม ก็นั้นเป็นนิสัยของ หิงห้อยเหล่านั้น ในเวลาใด พระอาทิตย์ ที่ถึงพร้อมด้วยรัศมีขึ้นอยู่ ในเวลานั้น แสงของหมู่หิงห้อยทั้งหลายก็หายไปฉันใด แม้เดียรถีย์ทั้งหลายในโลกนี้ ส่วนมาก เป็นเช่นกับหิงห้อยฉันนั้น ย่อมแสดงคุณ ตนในโลกที่เปรียบเหมือนข้างแรม แต่ใน เวลาใด พระพุทธเจ้ามีรัศมีหาที่เปรียบ มิได้ อุบัติขึ้นในโลก ในเวลานั้น เดียรถีย์ ทั้งหลายก็หมดรัศมี ดุจหิงห้อยทั้งหลาย ในพระอาทิตย์ ฉะนั้น.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ