มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์

ภิกษุหนุ่มเรียนว่า เมื่อเป็นเช่นนี้ ท่านควรจะยับยั้งไว้ดังแต...

หมวด: สุตตันตปิฎก ฝ่าย: มัชฌิมนิกาย ลำดับ: 663 อ้างอิง: MN 663 ประเภท: teaching


เนื้อหา

ภิกษุหนุ่มเรียนว่า เมื่อเป็นเช่นนี้ ท่านควรจะยับยั้งไว้ดังแต่เวลา ที่รู้ มิใช่หรือ ท่านขอรับ ? พระเถระตอบว่า ผมกำลังยับยั้ง คุณ. ภิกษุหนุ่มเรียนว่า ท่านขอรับ การยับยั้งไว้เป็นของประเสริฐ. ลำดับนั้นลมเสียดแทงถึงหัวใจ. ไส้ใหญ่ได้ออกมากองอยู่บนเตียง พระเถระได้ชี้ให้ภิกษุหนุ่มดูว่า ยับยั้งไว้ขนาดนี้ สมควรหรือยัง คุณ. ภิกษุหนุ่มนิ่ง. พระเถระประกอบความเพียรสม่ำเสมอ แล้วได้บรรลุพระ อรหัต พร้อมด้วยปฏิสัมภิทา เป็นพระอรหันต์ (ประเภท) ชีวิต- สมสีสี ปรินิพพานแล้ว. ก็เมื่อพระโยคาวจร รู้ชัด (ว่า) สุขอย่างไร ทุกข์อย่างนั้น ฯลฯ เมื่อเสวยอทุกขมสุขเวทนาไม่อิงอามิส ก็รู้ชัดว่า เรากำลังเสวยอทุกขม- สุขเวทนา ไม่อิงอามิส. พระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้นตรัสบอกปรูปกัมมัฏฐานด้วยอาการอย่างนี้ แล้ว เมื่อจะตรัสบอกอรูปกัมมัฎฐาน จึงได้ตรัสบอกด้วยอำนาจแห่ง เวทนา. เพราะว่า กัมมัฏฐานมี ๒ อย่าง คือ รูปกัมมัฏฐาน ๑ อรูป- กัมมัฏฐาน ๑. รูปกัมมัฏฐาน และ อรูปกัมมัฏฐาน นี้นั่นแหละ ตรัส เรียกว่า รูปปริคคหะ (การกำหนดรูป) อรูปปริคคหะ (การกำหนด อรูป) ก็มี. บรรดา รูปกัมมัฏฐาน และ อรูปกัมมัฏฐาน นั้น พระผู้มี พระภาคเจ้า เมื่อจะตรัสบอก รูปกัมมัฏฐาน จึงตรัส จตุธาตุววัตถาน ( การกำหนดธาตุ ๔) ไว้ด้วยอำนาจแห่ง มนสิการ โดยสังเขปบ้าง ด้วย อำนาจการมนสิการโดยพิสดารบ้าง. กัมมัฏฐานแม้ทั้ง ๒ อย่างนั้นได้ แสดงไว้แล้วใน คัมภีร์วิสุทธิมรรค โดยอาการทั้งปวงนั่นแหละ.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ