มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์

ข้อความธรรม

หมวด: สุตตันตปิฎก ฝ่าย: มัชฌิมนิกาย ลำดับ: 631 อ้างอิง: MN 631 ประเภท: teaching


เนื้อหา

๒. ปาฐะว่า กตฺวา พม่าเป็น อุชฺชาเลตฺวา แปลตามฉบับพม่า. ได้ทราบว่า แม้พระเถระรูปนั้น เมื่อบำเพ็ญ คตปัจจาคติกวัตร ได้ อธิษฐานจงกรมอย่างเดียว สิ้นเวลา ๗ ปี ว่าเราจักบูชาความเพียรอัน ยิ่งใหญ่ ของ พระผู้มีพระภาคเจ้า เป็นปฐมก่อน ได้บำเพ็ญ คตปัจจา- คติกวัตร อีก ๑๖ ปี จึงได้บรรลุพระอรหัต ท่านมีจิตประกอบด้วยพระ- กรรมฐานนั่นเอง ยกเท้าขึ้น ถอยกลับในขณะยก (เท้า) ขึ้นโดยจิต ปราศจาก (กรรมฐาน) เดินไปใกล้บ้าน ยืนห่มผ้า ณ ที่ที่ชวนให้คน สงสัยว่า แม่วัวหรือพระกันแน่ ? ใช้น้ำจากที่ระหว่างต้นไทรล้างบาตร แล้วก็อมน้ำไว้. เพราะเหตุไร ? เพราะท่านคิดว่า ขอเราอย่าได้ทอดทิ้ง กรรมฐาน แม้ด้วยเหตุที่พูดกะคนที่มาถวายภิกษาหรือมนสิการว่า ขอจง มีอายุยืนเถิด. แต่ (ถ้า) ถูกถามถึงวันว่า วันนี้เป็นวันอะไรครับ หรือ ถามจำนวนภิกษุถามปัญหา ก็จะกลืนน้ำแล้วจึงบอก ถึงหากไม่มีผู้ถามถึง วันเป็นต้น เวลาออกไปก็จะบ้วนน้ำออก (จากปาก) ที่ประตูบ้านแล้ว จึงไป เหมือนภิกษุ ๕๐ รูป ที่จำพรรษาที่ กลัมพติตถวิหาร. ได้ทราบว่า ในวัน อาสาฬหปุณณมี (กลางเดือน ๘) ท่านเหล่า นั้นได้ทำกติกาวัตรกันไว้ว่า ถ้าพวกเรายังไม่บรรลุอรหัตแล้ว จะไม่พูด คุยกัน. และเมื่อจะเข้าบ้านบิณฑบาต ( แต่ละรูป ) ก็อมน้ำแล้ว จึงเข้าไป เมื่อถูกถามถึงวันเป็นต้น ก็ปฏิบัติดังที่กล่าวมาแล้วนั้นแหละ. คนทั้งหลาย เห็นรอยบ้วนน้ำ ณ ที่นั้นแล้ว ก็รู้ว่า วันนี้พระมารูปเดียว วันนี้มา ๒ รูป จึงคิดกันอย่างนี้ว่า ท่านเหล่านี้ไม่พูดเฉพาะกับพวกเราหรืออย่างไร ? หรือ แม้แต่พวกกันเองก็ไม่พูด ? ถ้าหากท่านไม่พูดกัน ท่านจักวิวาทกันเป็น แน่ มาเถิด เราทั้งหลายจักให้ท่านขอขมากัน ทุกคนจึงพากันไปวัด ไม่ ได้เห็นพระภิกษุในที่แห่งเดียวกันถึง ๒ รูป ในจำนวนพระ ๕๐ รูป. ต่อมาบรรดาคนทั้งหลายเหล่านั้น ผู้มีตาดีก็จะพูดว่า พ่อคุณเอ๋ย คน ทะเลาะกัน จะไม่มีโอกาสเช่นนี้ ลานเจดีย์ ลานโพธิ์ ก็กวาดเรียบร้อย ไม้กวาด ก็เก็บไว้ดี น้ำฉันน้ำใช้ ก็จัดไว้เรียบร้อย. ต่อจากนั้น เขา เหล่านั้นก็พากันกลับ. ในภายในพรรษานั้นเอง พระภิกษุแม้เหล่านั้น ก็ บรรลุอรหัต ในวัน มหาปวารณา จึงปวารณากันด้วย วิสุทธิปวารณา.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ