มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์

บัดนี้ ผู้ศึกษาพึงทราบประโยชน์ ในการกล่าวซ้ำ เวทนา เป็นต้น ใ...

หมวด: สุตตันตปิฎก ฝ่าย: มัชฌิมนิกาย ลำดับ: 609 อ้างอิง: MN 609 ประเภท: teaching


เนื้อหา

บัดนี้ ผู้ศึกษาพึงทราบประโยชน์ ในการกล่าวซ้ำ เวทนา เป็นต้น ในคำมีอาทิอย่างนี้ว่า เวทนาสุ เวทนานุปสฺสี วิหรติ (ซึ่งมีรวมอยู่ใน คำนี้ว่า เวทนาสุ . . .จิตฺเต. . . ธมฺเมสุ. . . ธมมานุปสฺสี วิหรติ ฯลฯ วิเนยฺย โลเก อภิชฺฌาโทมนสฺสํ โดยนัยดังที่ได้กล่าวไว้แล้ว ใน กายา- นุปัสสนา. ก็ในคำว่า เวทนาสุ เวทนานุปสฺสี วิหรติ จิตฺเต จิตฺตานุปสฺสี ธมฺเมสุ ธมฺมานุปสฺสี นี้ คำว่า เวทนา ได้แก่เวทนา ๓ และ เวทนานั้น เป็น โลกิยะ อย่างเดียว ถึงแม้ จิต ก็เหมือนกัน เป็น โลกิยะ. ธรรม ก็เช่นนั้นเหมือนกัน ( เป็น โลกิยะ ). การจำแนก เวทนา เป็นต้น เหล่านั้น จักปรากฏใน นิเทศวาร. แต่ในที่นี้ พึงทราบการจำแนก เวทนา ล้วน ๆ ไว้ว่า เวทนา ต้องพิจารณาเห็นอย่างใด พระโยคาวจร เมื่อพิจารณาเห็นอย่างนั้น ก็ชื่อว่าพิจารณาเห็น เวทนา ใน เวทนา. ใน จิตตานุปัสสนา และ ธรรมานุปัสสนา ก็นัยนี้เหมือนกัน. ถามว่า ก็ เวทนา ควรพิจารณาเห็นอย่างไร ? ตอบว่า ก่อนอื่น สุขเวทนา ควรพิจารณาให้เห็นโดยเป็นทุกข์ ทุกขเวทนา ควรพิจารณาให้เห็นโดย เป็นเสมือนลูกศร อทุกขมสุข เวทนา (เวทนาไม่ทุกข์ ไม่สุข ) ควรพิจารณาให้เห็นโดยเป็น ของไม่เที่ยง. ภิกษุรูปใดได้เห็นควานสุขโดยเป็นความทุกข์ ได้เห็น ความทุกข์โดยเป็นลูกศร ได้เห็นความไม่ทุกข์ไม่สุข ที่มีอยู่ โดยเป็นสิ่งไม่เที่ยง แน่นอนแล้ว ภิกษุรูป นั้นเป็นผู้เห็นชอบ จักเป็นผู้สงบ เที่ยวไป.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ