มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์

บทว่า ปณีตานํ คิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารานํ (บริขารคือยา ที่เป...

หมวด: สุตตันตปิฎก ฝ่าย: มัชฌิมนิกาย ลำดับ: 361 อ้างอิง: MN 361 ประเภท: teaching


เนื้อหา

บทว่า ปณีตานํ คิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารานํ (บริขารคือยา ที่เป็นปัจจัยแก่ผู้ป่วย) คือ ยาชั้นสูงมีเนยใส น้ำมัน น้ำผึ้ง และน้ำอ้อย เป็นต้น. แม้ทุกวาระควรประกอบเหตุเป็นที่ตั้งเข้ากับด้วยผู้เป็นพหูสูต และผู้มีบุญทั้งหลาย. บทว่า กุปิโต ( ขุ่นเคืองแล้ว ) ได้แก่ขุ่นเคืองในเพราะเหตุ ๒ สถาน คือ ขุ่นเคืองคนทั้งหลายว่า ขึ้นชื่อว่า คนเหล่านี้ไม่มีการอบรมสั่งสม (บุพพบารมี) เลย เราอยู่ร่วมกันนาตลอดกาลยาวนาน ถึงจะเดินไปตาม ลำดับเรือนเพื่อต้องการผ้าบังสุกุล หรือว่าเพื่อต้องการบิณฑบาต หรือเพราะเหตุแห่งเนยใสและน้ำมันเป็นต้น คนเหล่านี้ก็ไม่ถวายปัจจัย ๔ ที่ประณีตอะไรแม้แต่วันเดียว แต่พอเห็นหลวงตา ผู้เป็นแขกมาเท่านั้น ก็พากันถวายสิ่งที่ท่านต้องการ และขุ่นเคืองพระเถระอย่างนี้ว่า หลวงตา รูปนี้เที่ยวแสดงตนให้คนเหล่านั้นเห็น เมื่อไรภิกษุผู้เป็นธรรมกัมมิกะ จะฉุดคร่าแกออกไป เมื่อไม่มีหลวงตารูปนี้ เราคนเดียวต้องมีลาภ. บทว่า อิเมสํ โข อาวุโส (เหล่านี้แล ) หมายความว่า (อกุศลธรรมทั้งหลาย ) เหล่านั้นที่เป็นแดนของอิจฉาที่ได้กล่าวแต่หนหลัง โดยวาระ ๑๙ วาระ. บทว่า ทิสฺสนฺติ เจว สุยฺยนฺติ จ (ยังเห็นอยู่และ ได้ยินอยู่ ) หมายความว่า บาปอกุศลที่เป็นอิจฉาวจร (เป็นแดงอิจฉา ) ๑. ฉบับพม่า เป็น สปฺปิเตลมธุสกฺกราทิปูริตานํ เพียบพร้อมไปด้วย เนยใส, น้ำมัน, น้ำผึ้ง และน้ำตาลกรวดเป็นต้น ไม่ใช่เห็นได้ด้วยจักษุ ไม่ใช่ได้ยินด้วยโสต. แต่ครั้นได้เห็นกายกรรมของ บุคคลผู้ละบาปอกุศลที่เป็นอิจฉาวจรยังไม่ได้ ที่เป็นไปแล้วด้วยอำนาจ ของอกุศลที่เป็นอิจฉาวจร ก็เป็นเหมือนกับได้เห็นแล้ว และครั้นได้ยิน วจีกรรมของบุคคลผู้ละบาปอกุศลที่เป็นอิจฉาวจรยังไม่ได้ ที่เป็นไปด้วย อำนาจกุศลที่เป็นอิจฉาวจร ก็เป็นเหมือนกับได้ยินแล้ว เพราะเป็นอารมณ์ ของมโนวิญญาณ. เพราะฉะนั้น ท่านะพระสารีบุตร เถระจึงได้กล่าวไว้ว่า ยังเห็นอยู่และได้ยินอยู่.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ