มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์

บทว่า กุปิโต (โกรธเคืองแล้ว ) หมายความว่า ภิกษุรูปนี้เอง จะโ...

หมวด: สุตตันตปิฎก ฝ่าย: มัชฌิมนิกาย ลำดับ: 356 อ้างอิง: MN 356 ประเภท: teaching


เนื้อหา

บทว่า กุปิโต (โกรธเคืองแล้ว ) หมายความว่า ภิกษุรูปนี้เอง จะโกรธเคือง ในเพราะเหตุ ๓ สถาน คือ โกรธเคืองคนทั้งหลาย ๑ โกรธเคืองพระเถระ ๑ โกรธเคืองพระธรรมกถึก ๑. โกรธเคืองคนทั้งหลายอย่างนี้ว่า เมื่อก่อนคนเหล่านี้เข้ามาหาเรา คนเดียวแล้วขอร้องว่า ขอนิมนต์ ท่านนาคเถระ ของเราทั้งหลายจง อนุโมทนา ขอนิมนต์ ท่านสุมนเถระของ เราทั้งหลายจงอนุโมทนา แต่ วันนี้ไม่พูด (ไม่นิมนต์). โกรธเคืองพระเถระอย่างนี้ว่า พระสังฆเถระรูปนี้ไม่กล่าวว่า ท่าน ทั้งหลาย จงพากันเข้าไปหา พระนาคเถระ พระสุมนเถระ ผู้เป็นพระ ประจำตระกูลของท่านทั้งหลาย ท่านผู้นี้จักอนุโมทนา. โกรธเคืองพระธรรมกถึกอย่างนี้ว่า พอท่านพระเถระพูดจบเท่านั้น เห็น (ท่านพระธรรมกถึก) รนราน เหมือนไก่ถูกตี ผู้จะฉุดคร่า ๑. ปาฐะเป็น อนุโมทนาภาโว แต่ฉบับพม่าเป็น อนุโมทนา ภาโร จึงแปลตามฉบับพม่า ความดีกว่า. พระรูปนี้ออกไปก็ไม่มี เพราะว่า เมื่อไม่มีพระรูปนี้ เราคนเดียวต้อง อนุโมทนา. [ ๖๔ ] บทว่า อารามคตานํ (ผู้มาสู่อาราม) คือ ผู้ประชุม กันอยู่ในวิหาร. แม้ภิกษุรูปนี้ ผู้มีความต้องการลาภ รู้ธรรมกถาเป็นตอน ๆ แบบ ธรรมดา ๆ เธอเห็นภิกษุทั้งหลาย ผู้นั่งประชุมกันฟังธรรมเนืองนิตย์ ตลอดทั้งคืนตั้ง ๒-๓ ร้อยโยชน์ในที่เช่นนั้น พากันพอใจทีเดียว หรือ เห็นภิกษุหนุ่มหรือสามเณรกำลังให้สาธุการด้วยเสียงดังว่า สาธุ สาธุ บาสกอุบาสิกาทั้งหลาย พากันถามภิกษุทั้งหลายที่ไปในบ้านในวันที่ ๒ ต่อจากนั้นว่า ข้าแต่พระคุณเจ้าผู้เจริญ พระพวกไหนแสดงธรรม ภิกษุเหล่านั้นกล่าวว่า รูปโน้น รูปโน้น คนทั้งหลายได้ยินดังนั้นแล้ว เลื่อมใสจะพากันทำสักการะแก่พระธรรมกถึกมาก. ภิกษุรูปนั้นเมื่อ ปรารถนาลาภนั้นย่อมคิดอย่างนี้.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ