มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์
ในคาถานี้พึงทราบวินิจฉัยดังนี้ :- บทว่า เป็นธรรมสำหรับสำรอกร...
หมวด: สุตตันตปิฎก ฝ่าย: มัชฌิมนิกาย ลำดับ: 306 อ้างอิง: MN 306 ประเภท: teaching
เนื้อหา
ในคาถานี้พึงทราบวินิจฉัยดังนี้ :- บทว่า เป็นธรรมสำหรับสำรอกราคะ คือเทพบุตรกล่าวถึงมรรค. บทว่า เป็นธรรมไม่หวั่นไหว ไม่มีความโศก คือเทพบุตรกล่าว ถึงผล. บทว่า เป็นธรรมที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่ง คือเทพบุตรกล่าวถึง นิพพาน. บทว่า ไม่ปฏิกูล เป็นธรรมอันไพเราะ ที่พระพุทธเจ้าทรง เชี่ยวชาญแล้วทั้งยังได้ทรงจำแนกไว้เรียบร้อยนี้ คือ เทพบุตรกล่าวถึง พระธรรมขันธ์ทั้งหมดที่ทรงจำแนกไว้เป็นพระไตรปิฎก. ที่ชื่อว่า สังฆะ (สงฆ์) เพราะหมายความว่า รวมกันด้วยเครื่อง รวมคือทิฏฐิและศีล. สงฆ์นั้น เมื่อว่าโดยความหมาย คือหมู่พระอริย- บุคคล ๘ จำพวก. สมจริงดังคำที่เทพบุตรกล่าวไว้ในคัมภีร์วิมานวัตถุนั้น เองว่า ก็บัณฑิตกล่าวทานที่บุคคลถวายแล้วในบุคคล ๔ คู่ เหล่าใด ซึ่งเป็นคู่บุคคลที่สะอาด บุคคล ๔ คู่เหล่านั้น คือบุคคล ๘ จำพวก ซึ่งเป็นผู้เห็นธรรม ขอท่านจง เข้าถึงพระสงฆ์นี้เพื่อเป็นที่ระลึกที่พึ่งเถิด. หมู่แห่งภิกษุทั้งหลายชื่อว่า ภิกษุสงฆ์. พราหมณ์ได้ประกาศการ ถึงสรณะทั้ง ๓ ด้วยถ้อยคำมีเพียงเท่านี้. บัดนี้ เพื่อความเป็นผู้ฉลาดในสรณคมน์เหล่านั้นจึงควรทราบวิธีนี้ คือ สรณะ การถึงสรณะ ผู้ถึงสรณะ ประเภทแห่งการถึงสรณะ ผลแห่ง การถึง สรณะ สังกิเลส (ความเศร้าหมอง ) และ เภทะ ( ความหมด สภาพ).
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ