มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์

ครั้นทรงแสดงสัจจะทั้งหลายโดยสรูปอย่างนี้แล้ว บัดนี้ เมื่อจะ ...

หมวด: สุตตันตปิฎก ฝ่าย: มัชฌิมนิกาย ลำดับ: 295 อ้างอิง: MN 295 ประเภท: teaching


เนื้อหา

ครั้นทรงแสดงสัจจะทั้งหลายโดยสรูปอย่างนี้แล้ว บัดนี้ เมื่อจะ ทรงแสดงสัจจะทั้งหลาย โดยอ้อมด้วยอำนาจกิเลส พระผู้มีพระภาคเจ้า จึง ตรัสคำว่า อิเม อาสวา ดังนี้เป็นต้น. บทว่า ตสฺส เม เอวํ ชานโต เอวํ ปสฺสโต แปลว่า เมื่อ เราตถาคตนั้นรู้อยู่อย่างนี้ เห็นอยู่อย่างนี้. (ด้วยคำนี้ ) พระผู้มีพระ ภาคเจ้า ตรัสถึงมรรคที่ถึงที่สุดพร้อมทั้งวิปัสสนา. บทว่า กามาสวา แปลว่า จากกามาสวะ. ด้วยบทว่า หลุดพ้นแล้ว นี้ พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงแสดงขณะแห่งผล. เพราะว่าจิตกำลังหลุดพ้นใน ขณะแห่งมรรค. จัดว่าหลุดพ้นแล้วในขณะแห่งผล. ด้วยคำว่า เมื่อ หลุดพ้นแล้วก็รู้ว่าหลุดพ้นแล้วนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงแสดงปัจจเวก- ขณญาณ. ด้วยคำว่า ชาติสิ้นแล้ว ดังนี้เป็นต้น พระผู้มีพระภาคเจ้า ย่อมทรงแสดงภูมิของปัจจเวกขณญาณนั้น. เพราะว่า พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงพิจารณาอยู่ด้วยญาณนั้น จึงทรงทราบว่า ชาติสิ้นแล้ว ดังนี้เป็นต้น. ถามว่า ก็ชาติไหนของ พระผู้มีพระภาคเจ้า สิ้นแล้ว และ พระผู้มี พระภาคเจ้า ทรงทราบชาตินั้นได้อย่างไร ? ตอบว่า ไม่ใช่ชาติอดีตของพระองค์สิ้นไป เพราะชาติอดีตนั้นสิ้น ไปแล้วก่อนทีเดียว ไม่ใช่ชาติอนาคตของพระองค์สิ้นไป เพราะพระองค์ ไม่มีความพยายามในอนาคต ไม่ใช่ชาติปัจจุบันสิ้นไป เพราะชาติ ปัจจุบันยังมีอยู่. แต่ว่าชาติ ( ความเกิด ) ใด ซึ่งแยกประเภทเป็น ( ความเกิดของ ) ขันธ์ ๑ ในเอกโวการภพ ขันธ์ ๔ ในจตุโวการภพ และขันธ์ ๕ ในปัญจโวการภพจะพึงเกิดขึ้นได้ เพราะยังมิได้ทำ (อริยะ) มรรคให้เกิด ชาตินั้น ( แหละ ) จัดว่าสิ้นไปแล้ว เพราะถึงความเป็น สภาวะที่มีการไม่เกิดขึ้นเป็นธรรมดา เหตุที่ได้ทำ (อริยะ) มรรคให้ เกิดมีแล้ว.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ