มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์

บทว่า อามิสญฺตรํ ความว่า อามิสคือปัจจัยอย่างใดอย่างหนึ่ง บร...

หมวด: สุตตันตปิฎก ฝ่าย: มัชฌิมนิกาย ลำดับ: 209 อ้างอิง: MN 209 ประเภท: teaching


เนื้อหา

บทว่า อามิสญฺตรํ ความว่า อามิสคือปัจจัยอย่างใดอย่างหนึ่ง บรรดาอามิสคือปัจจัย ๔ อธิบายว่า อามิสคือปัจจัยอย่างหนึ่ง. บทว่า ยทิทํ เป็นนิบาต ( และ ) มีรูปเป็นเช่นนั้นนั่นแหละ ในทุกลิงค์ วิภัตติ และทุกวจนะ นักศึกษาพึงใช้ให้ถูกความหมาย ในลิงค์ วิภัตติและวจนะนั้น ๆ. แต่ว่าในที่นี้ บทว่า ยทิทํ นั้น มีความหมายเท่า โย เอโส. นีคำอธิบายไว้ว่า ชื่อว่าบิณฑบาต นั่นใด บิณฑบาตนี้เป็น อามิสอย่างหนึ่ง. บทว่า ยนฺนูนาหํ ได้แก่ สาธุ วตาหํ (แปลว่า ดีละหนอ เรา. . . ). บทว่า เอวํ ความว่า แม้ปล่อยวันคืน (ให้ล่วงไป ) เหมือน อย่างที่บุคคลปล่อยขณะนี้ให้ล่วงไปอยู่ในบัดนี้. บทว่า วีตินาเมยฺยํ แปลว่า พึง. . . ให้สิ้นไป คือ พึงให้ล่วง เลยไป. บทว่า โส ตํ ปิณฺฑปาตํ ความว่า ภิกษุนั้นไม่ฉันบิณฑบาต นั้น แบบที่ชาวโลกพร้อมทั้งเทวโลกพึงรับไว้ด้วยเศียรเกล้าที่เหลือจากที่ พระสุคต (เสวย ) หวังอยู่ซึ่งความเป็นธรรมทายาท พิจารณาถึงข้อ อุปมาด้วยบุคคลที่ถูกไฟไหม้ศีรษะแล้ว พึงปล่อยให้คืนและวันนั้นล่วงไป อย่างนั้น ด้วยความหิวและความอ่อนกำลังนั้นเอง. ก็ในวาระนี้ว่า อถ ทุติยสิส มีความย่อดังต่อไปนี้ ถ้าภิกษุนั้นเมื่อ จะคิดว่า ดีละ เรา ฯลฯ พึงยังคืนและวันให้ล่วงไป ก็พึงคิดอย่างนี้ด้วยว่า การที่บรรพชิตจะแสวงหาบิณฑบาตในหมู่บ้านที่เกลื่อนกล่นด้วยสัตว์ร้ายคือ เบญจกามคุณเป็นการยากลำบาก เช่นเดียวกับการแสวงหาเภสัชในป่าซึ่ง ชุกชุมไปด้วยสัตว์ร้าย แต่ว่าบิณฑบาตนี้พ้นโดยสิ้นเชิงจากโทษในการ แสวงหาดังว่ามานี้ และเป็นบิณฑบาตที่เป็นเดนของพระสุคต เพราะฉะนั้น จึงเป็นเหมือนขัตติยกุมารผู้อุภโตสุชาต ( มีพระราชสมภพดีแล้วจากทั้ง สองฝ่าย คือฝ่ายพระชนกและฝ่ายพระชนนี ).


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ