มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์

แม้ปริยายธรรมก็ชื่อว่าเป็นของ พระผู้มีพระภาคเจ้า โดยแท้ เนื่...

หมวด: สุตตันตปิฎก ฝ่าย: มัชฌิมนิกาย ลำดับ: 198 อ้างอิง: MN 198 ประเภท: teaching


เนื้อหา

แม้ปริยายธรรมก็ชื่อว่าเป็นของ พระผู้มีพระภาคเจ้า โดยแท้ เนื่อง จากว่าเป็นเพราะ พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสสอนไว้ สาวกทั้งหลายจึงรู้อย่าง นี้ว่า คนผู้ปรารถนาวิวัฏฏะแล้วให้ทาน ฯลฯ ทำสมาบัติให้บังเกิด ได้นิพพานอันเป็นอมตะโดยลำดับ. ฝ่ายนิปปริยายอามิสก็ชื่อว่าเป็นของ พระผู้มีพระภาคเจ้า เหมือนกัน. เนื่องจากว่าเป็นเพราะ พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงอนุญาตไว้นั่นเอง ภิกษุ ทั้งหลายจึงได้จีวรอันประณีต เพราะทรง (ปรารภ) เรื่อง หมอชีวก เป็นตัวอย่าง พระผู้มีพระภาคเจ้า เองก็ตรัสไว้เป็นหลักฐานดังนี้ว่า ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย ตถาคตอนุญาตคหบดีจีวร (จีวรที่คหบดีถวาย) ภิกษุรูป ใดปรารถนา (จะสมาทานหรือครองผ้าบังสุกุลเป็นวัตร) ก็จงเป็นผู้ถือ ครองผ้าบังสุกุลเป็นวัตรไปเถิด ภิกษุรูปใดปรารถนาคหบดีจีวร ก็จงยินดี คหบดีจีวรไปเถิด ภิกษุทั้งหลาย แต่ว่าตถาคตสรรเสริญความสันโดษ ด้วยจีวรตามได้ นะ. อนึ่ง ในกาลก่อน ภิกษุทั้งหลายยังไม่ได้บิณฑบาตอัน ประณีต จึง ได้สรรเสริญคำข้าวที่แสวงหาด้วยลำแข้งโดยการเที่ยวไปตามลำดับตรอก เท่านั้น เป็นเพราะ พระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อประทับอยู่ใน กรุงราชคฤห์ ได้ ทรงอนุญาตไว้เองอย่างนี้ว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ตถาคตอนุญาตสังฆภัตร อุทเทสภัตร นิมันตนภัตร สลากภัตร ปักขิกภัตร อุโบสถิกภัตร ปาฏิ- ปทิกภัตร ภิกษุเหล่านั้นได้โภชนะอันประณีต เสนาสนะก็ทำนองเดียวกัน แม้ในกาลก่อน ภิกษุทั้งหลายได้อาศัยอยู่ตามที่ต่าง ๆ อาทิตามเงื้อมเขาที่ไม่ ได้ตกแต่ง และตามควงไม้ (ร่มไม้) เป็นเพราะ พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงอนุญาตไว้เอง อย่างนี้ว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ตถาคตอนุญาต เสนาสนะ ๕ ชนิด ภิกษุเหล่านั้นจึงได้เสนาสนะเหล่านั้นคือ วิหาร เพิง ปราสาทมียอด ปราสาทไม่มียอด เรือนโล้น และถ้ำ.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ