เล่มที่ 16

ส่วนที่ 198

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 198 อ้างอิง: Book 16, Section 198 ประเภท: section


เนื้อหา

บทว่า อนญฺตญฺสฺสามีตินฺทฺริยํ ความว่า อินทรีย์ที่เกิดขึ้น แก่ผู้ปฏิบัติด้วยหวังว่า เรารู้จักธรรมที่ยังไม่รู้ ยังไม่แจ้งในกาลก่อนแต่นี้. คำว่า อนญฺตญฺตสฺสามีตินฺทฺริย นี้ เป็นชื่อของโสดาปัตติมรรคญาณ. บทว่า อญฺินฺทฺริย ได้แก่ อินทรีย์อันเป็นความรู้ทั่วถึง คือ เป็นความรู้. คำว่า อญฺินฺทฺริย นี้เป็นชื่อของญาณ ในฐานะ ๖ ประการ เริ่มแต่โสดา- ปัตติผลไป. บทว่า อญฺาตาวินฺทฺริยํ นี้ ได้แก่ อินทรีย์ในธรรมทั้ง หลายที่เป็นของท่านผู้รู้ทั่วถึง คือ อันถึงที่สุดกิจของการรู้. คำว่า อญฺญาตา- วินฺทฺริยํ นี้เป็นชื่อของอรหัตตผลญาณ. ทิพยจักขุ ได้แก่ ญาณอาศัย แสงสว่าง ปัญญาจักขุ ได้แก่ ปัญญาอันเป็นโลกิยะ และโลกุตตระ. พึงทราบวินิจฉัยในอธิสีลสิกขาเป็นต้นต่อไป. ศีลอันยิ่งนั้นด้วย ชื่อว่า สิกขา เพราะจะต้องศึกษาด้วย เพราะเหตุนั้น จึงชื่อว่า อธิสีล- สิกขา. แม้ในสิกขาทั้ง ๒ นอกนั้น ก็มีนัยนี้เหมือนกัน. ในอธิสีลสิกขา เป็นต้นนั้น ศีล คือศีลอันยิ่ง จิต คือจิตอันยิ่ง ปัญญา ก็คือปัญญาอันยิ่ง เพราะเป็นต้น พึงทราบความต่างกันเพียงเท่านี้. ศีล ๕ และ ศีล ๑๐ ชื่อว่า ศีล. ความสำรวมในพระปาฏิโมกข์ ชื่อว่า ศีลอันยิ่ง. สมาบัติ ๘ จัดเป็นจิต (สมาธิ). ฌานอันเป็นบาทของวิปัสสนา จัดเป็นจิตอันยิ่ง. กัมมัสสกตา- ญาณ จัดเป็นปัญญา. วิปัสสนา จัดเป็นปัญญาอันยิ่ง. เพราะว่าศีล ๕ และศีล ๑๐ ย่อมมีในพุทธุปบาทกาลแม้ยังไม่เกิดขึ้นเพราะเหตุนั้น ศีล ๕ ศีล ๑๐ จึงคงเป็นศีลนั้นแหละ. ปาติโมกขสังวรศีล ย่อมมีเฉพาะในพุทธุป- บาทกาลเท่านั้น เพราะเหตุนั้น ปาติโมกขสังวร จึงจัดเป็นศีลอันยิ่ง. แม้ ในจิตและปัญญาก็นัยนี้เหมือนกัน. อีกอย่างหนึ่ง ศีล ๕ ก็ดี ศีล ๑๐ ก็ดี ที่บุคคลปรารถนาพระนิพพานสมาทานแล้ว จัดเป็นศีลอันยิ่งเหมือนกัน แม้สมาบัติ ๘ ที่บุคคลเข้าแล้ว ก็จัดเป็นจิตอันยิ่งเหมือนกัน. หรือว่า โลกิยศีลทั้งหมด เป็นศีลเท่านั้น. ( ส่วน ) โลกุตตรศีล เป็นศีลอันยิ่ง. แม้ในจิตและปัญญาก็มีนัยนี้เหมือนกัน.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ