เล่มที่ 15
ส่วนที่ 263
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 263 อ้างอิง: Book 15, Section 263 ประเภท: section
เนื้อหา
ดูก่อนจุนทะ ตถาคตไม่เห็นไม่ฟังไม่รู้หรือไม่รู้แจ้งในสิ่งที่มนุษย์ ทั้งหลายเหล่านี้เห็นแล้วฟังแล้วรู้แล้ว หรือรู้แจ้งแล้วย่อมไม่มี สิ่งที่มหาชน นี้แสวงหาแล้วบรรลุก็มี สิ่งที่มหาชนนี้แสวงหาแล้วไม่บรรลุก็มี สิ่งที่ มหาชนไม่แสวงหาแล้วบรรลุก็มี สิ่งที่มหาชนไม่แสวงหาแล้วไม่บรรลุก็มี แม้ทั้งหมดนั้นชื่อว่าพระตถาคตไม่บรรลุแล้ว ไม่ทรงทำให้แจ้งด้วยญาณ ย่อมไม่มี เพราะฉะนั้นจึงเรียกว่าตถาคตดังนี้ ที่เรียกว่าตถาคต เพราะ ที่ที่ไม่เสด็จไปในโลกเสด็จไปแล้ว. แต่ในบาลีกล่าวว่า อภิสัมพุทธะ คำนั้นมีความเดียวกับคตศัพท์ พึงทราบความแห่งบทสรุปว่า ตถาคโต ในวาระทั้งหมดโดยนัยนี้ ความถูกต้องของอรรถนั้นท่านกล่าวความพิสดาร ของตถาคตศัพท์ไว้ในพรหมชาลสูตร พระผู้มีพระภาคเจ้าเมื่อจะทรง บันลือพระสีหนาทว่าเรากล่าวถึงความเป็นผู้หาผู้เสมอมิได้ ความเป็นผู้หา ผู้ยิ่งกว่ามิได้ ความเป็นผู้รู้สิ่งทั้งปวง ความเป็นธรรมราชาของตนอย่างนี้ แล้วชื่อว่าไม่รู้ไม่เห็นในลัทธิทั้งหลายของพวกสมณพราหมณ์เป็นอันมาก ในบัดนี้ย่อมไม่มี ทั้งหมดย่อมเป็นไปในภายในญาณของเราทีเดียวดังนี้ จึงตรัสคำเป็นอาทิว่า ดูก่อนจุนทะข้อนั้นเป็นฐานะที่จะมีได้ดังนี้. ในบท เหล่านั้น บทว่า ตถาคโต หมายถึงสัตว์. บทว่า ดูก่อนผู้มีอายุ เพราะ ว่าข้อนี้ไม่ประกอบด้วยอรรถ คือไม่ประกอบด้วยประโยชน์ในโลกนี้ และประโยชน์ในโลกหน้า. บทว่า ไม่ประกอบด้วยธรรม คือไม่อาศัย นวโลกุตตรธรรม. บทว่า ไม่เป็นเบื้องต้นแห่งพรหมจรรย์ คือ ไม่เป็น เบื้องต้นแห่งศาสนพรหมจรรย์ทั้งสิ้น อันสงเคราะห์ด้วยไตรสิกขา ในบท ทั้งหลายว่า นี้เป็นทุกข์แล เป็นต้นมีอธิบายว่า ธรรมทั้งหลายเป็นไปในภูมิ สามที่เหลือเว้นตัณหา พระผู้พระภาคเจ้าทรงพยากรณ์ว่า นี้เป็นทุกข์ ตัณหาเป็นเหตุเจริญเป็นเหตุเกิดแห่งทุกข์นั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้าทรง พยากรณ์ว่า เป็นทุกขสมุทัย ความไม่เป็นไปของทั้งสองนั้นคือทุกข์ และ ทุกขสมุทัยพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพยากรณ์ว่าเป็นทุกขนิโรธ อริยมรรค คือ การรู้รอบทุกข์ การละสมุทัย การทำให้แจ้งนิโรธ พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงพยากรณ์ว่า เป็นทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาในบททั้งหลายว่า ดูก่อน ผู้มีอายุข้อนี้ประกอบด้วยประโยชน์ เป็นต้น มีอธิบายว่า ข้อนี้อาศัย ประโยชน์ในโลกนี้และประโยชน์ในโลกหน้า อาศัยนวโลกุตตรธรรมเป็น เบื้องต้น คือ เป็นประธาน คือเป็นเบื้องหน้าของศาสนาพรหมจรรย์ทั้งสิ้น พระผู้มีพระภาคเจ้าเมื่อจะทรงบันลือพระสีหนาทว่า บัดนี้พวกปริพาชก อัญญเดียรถีย์ทั้งหลาย อย่าได้เข้าใจกันอย่างนี้ว่า ข้อใดที่เราไม่พยากรณ์ ไว้ ข้อนั้นเราไม่รู้จึงไม่พยากรณ์ไว้ดังนี้ เรารู้อยู่ดี ไม่พยากรณ์ เพราะแม้ เมื่อเราพยากรณ์ข้อนี้ไปก็ไม่มีประโยชน์ ก็ข้อใดที่เราควรพยากรณ์ อย่างไร ข้อนั้นเราก็ได้พยากรณ์ไว้แล้วนั่นแลดังนี้ จึงตรัสอีกว่า ดูก่อน จุนทะ ทิฏฐินิสัยแม้เหล่าใด เป็นอาทิ.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ