เล่มที่ 15

ส่วนที่ 254

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 254 อ้างอิง: Book 15, Section 254 ประเภท: section


เนื้อหา

ได้ยินว่าในครั้งพุทธกาล พระสารีบุตรเถระและพระอานนท์ต่าง นับถือซึ่งกันและกัน พระสารีบุตรเถระนับถือพระอานนท์ว่าพระอานนท์ กระทำอุปัฏฐากพระศาสดาซึ่งเราควรทำ พระอานนท์นับถือพระสารีบุตร ว่า พระสารีบุตรเป็นผู้เลิศกว่าสาวกทั้งหลายของพระผู้มีพระภาคเจ้า พระ- อานนท์ ให้ทารกในตระกูลบรรพชา แล้วให้รับการดูแลในสำนักของ พระสารีบุตร แม้พระสารีบุตรก็ได้ทำอย่างนั้นเหมือนกัน ได้มีภิกษุ ประมาณ ๑,๐๐๐ รูป แต่ละรูป ๆได้ให้บาตรและจีวรของตน ๆ แล้วให้ บรรพชาให้รู้การดูแล. ท่านพระอานนท์ได้แม้จีวรเป็นต้นอันประณีตก็ ถวายพระเถระ. ได้ยินว่าพราหมณ์คนหนึ่งคิดว่า การบูชาพระพุทธรัตนะ และ พระสังฆรัตนะย่อมปรากฏชัด อย่างไรหนอจึงชื่อว่าเป็นอันบูชาพระธรรม- รัตนะ พราหมณ์นั้นจึงเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าทูลถามความนั้น. พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ดูก่อนพราหมณ์ แม้หากว่าเธอใคร่จะบูชา พระธรรมรัตนะ ก็จงบูชาภิกษุผู้เป็นพหูสูตรรูปหนึ่งดังนี้. ข้าแต่พระองค์ ผู้เจริญ ขอพระองค์ทรงบอกถึงภิกษุผู้เป็นพหูสูตรเถิด พระพุทธเจ้าข้า. เธอ จงถามภิกษุสงฆ์เถิด. พราหมณ์นั้นเข้าไปหาภิกษุทั้งหลายแล้ว กล่าวว่า ข้าแต่พระคุณเจ้า ขอพระคุณเจ้าได้บอกถึงภิกษุผู้เป็นพหูสูตรเถิด. ดูก่อน พราหมณ์ พระอานนท์เป็นพหูสูต พราหมณ์จึงบูชาพระเถระด้วยไตรจีวร มีค่าหนึ่งพัน พระเถระได้พาพราหมณ์นั้นไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า พระ ผู้พระภาคเจ้าตรัสถามว่า อานนท์เธอได้ไตรจีวรมาจากไหน. ข้าแต่พระ องค์ผู้เจริญ พราหมณ์ผู้หนึ่งถวาย แต่ข้าพระองค์ประสงค์จะถวายไตรจีวรนี้ แก่ท่านพระสารีบุตรเถระ พระพุทธเจ้าข้า. จงให้เถิดอานนท์. พระสารี- บุตรเถระออกจาริกพระเจ้าข้า. เธอจงให้ ในเวลาที่สารีบุตรกลับมาเถิด. พระองค์ได้บัญญัติสิกขาบทไว้แล้วพระเจ้าข้า. ก็สารีบุตรจักมาเมื่อไรเล่า. ประมาณ ๑๐ วันพระเจ้าข้า. อานนท์เราอนุญาตเพื่อเก็บอติเรกจีวรได้ ๑๐ วันเป็นอย่างยิ่ง ด้วยประการฉะนี้. เราบัญญัติสิกขาบทแล้ว แม้พระ- สารีบุตรเถระได้สิ่งที่ชอบใจอย่างใดอย่างหนึ่ง ก็ถวายสิ่งนั้นแก่พระอานนท์ อย่างนั้นเหมือนกัน. พระสารีบุตรเถระนั้นได้ให้พระจุนทสมณุเทสแม้นี้ ผู้เป็นน้องของตนเป็นลัทธิวิหาริกของพระเถระ เพราะฉะนั้นท่านจึง กล่าวว่า พระจุนทสมณุเทสเข้าไปหาพระอานนทเถระผู้เป็นพระอุปัชฌาย์ ดังนี้. นัยว่าพระจุนทสมณุเทสได้มีความคิดอย่างนี้ว่า พระอุปัชฌาย์ของเรา มีปัญญามาก ท่านจักกราบทูลถ้อยคำนี้แต่พระศาสดา ที่นั้นพระศาสดาจัก ทรงแสดงธรรมอนุรูปแก่กถานั้น ดังนี้ บทว่า กถาปภฏํ แปลว่ามูลแห่ง ถ้อยคำ. จริงอยู่ คำว่าท่านว่าปาภฏํ (ต้นเหตุ) สมดังที่พระผู้มีพระ- ภาคเจ้าตรัสไว้ว่า อปฺปเกนาปิ เมธาวี ปาภเฏน วิจกฺขโณ สมุฏฺ€เปติ อตฺตานํ อณุํ อคฺคึว สนฺธมํ ผู้มีปัญญามีความเห็นแจ้งชัด ยังตนให้ดำรงอยู่ได้สม่ำเสมอ ด้วย ทุนทรัพย์แม้มีประมาณน้อยเหมือนก่อไฟน้อยฉะนั้น. บทว่า ภควนฺตํ ทสฺสนาย แปลว่า เพื่อเห็นพระพุทธเจ้า. มีคำถามว่า ก็พระ อานนท์เถระนั้นไม่เคยเห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าตอกหรือ. ไม่เคยเห็น หามิได้. เพราะท่านพระอานนทเถระนี้ไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าวัน ละ ๑๘ ครั้ง คือ กลางวัน ๙ ครั้ง กลางคืน ๙ ครั้ง แม้ประสงค์ จะไป ๑๐๐ ครั้ง ๑๐๐๐ ครั้ง ต่อวันก็ไม่ไป เพราะไม่มีเหตุ ท่านหยิบยก ปัญหาข้อหนึ่งขึ้น แล้วจึงไปเฝ้า ในวันนั้นพระอานนทเถระนั้นประสงค์ จะไปด้วยมูลเหตุแห่งกถานั้นจึงกล่าวแล้วอย่างนี้.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ