เล่มที่ 15

ส่วนที่ 197

หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 197 อ้างอิง: Book 15, Section 197 ประเภท: section


เนื้อหา

บทว่า อริโย อฏฺ€งฺคิโก มคฺโค ความว่า พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงแสดงมรรคอันเป็นประกอบด้วยองค์ ๘ อันประเสริฐ ซึ่งรวมอยู่ ในหมวด เดียวกัน ด้วยอรรถว่าเป็นตัวเหตุ และมีสภาพต่าง ๆ กันตามลักษณะของตน มีการเห็นเป็นอาทิ เจือกันทั้งฝ่ายโลกิยะและฝ่ายโลกุตตระ ด้วยอำนาจ แห่งสมถะวิปัสสนาและมรรคนั้นแล. ถามว่า เพราะเหตุไร พระเถระจึงเริ่มคำนี้ว่า อิธ ภนฺเต ภิกฺขุ อาสวานํ ขยา ดังนี้. ตอบว่า เพื่อแสดงที่สุดของพระศาสนา. ความจริง ที่สุดของพระศาสนาหามีด้วยมรรคอย่างเดียวเท่านั้นไม่ ย่อมมี แม้ด้วยพระอรหัตตผล ฉะนั้น พึงทราบว่า พระเถระเริ่มคำนี้ ก็เพื่อจะ แสดงที่สุดของพระศาสนานั้น. หลายบทว่า เอตทานุตฺตริยํ ภนฺเต กุสเลสุ ธมฺเมสุ ความ ว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ การแสดงอย่างนี้นั้น จัดเป็นข้อธรรมที่เยี่ยม ในฝ่ายกุศลธรรมทั้งหลาย. บทว่า ตํ ภควา คือ พระผู้มีพระภาคเจ้า ย่อม ทรงทราบชัดเทศนานั้นทั้งสิ้น ไม่มีเหลือ. บทว่า ตํ ภควโต ความว่า เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทราบชัด เทศนานั้นโดยไม่มีเหลือ. บทว่า อุตฺตริ- อภิญฺเยฺยํ นตฺถิ ความว่า ข้อธรรมที่จะพึงรู้ยิ่งขึ้นไปกว่านี้ หามีไม่ คือ คำนี้ว่า ธรรมหรือบุคคลที่พระผู้มีพระภาคเจ้าไม่ทรงทราบนอกจากนี้ชื่อ นี้ ย่อมไม่มี. บทว่า ยทภิชานํ อญฺโ สมโณ วา ความว่า สมณะ หรือพราหมณ์อื่นรู้สิ่งที่พระองค์ไม่ทรงรู้ พึงเป็นผู้มีความรู้ยิ่งกว่า คือมี ปัญญายิ่งกว่าพระผู้มีพระภาคเจ้า. คำว่า ยทิทํ ในบทว่า ยทิทํ กุสเลสุ ธมฺเมสุ นี้ เป็นเพียงนิบาต. ในข้อนี้ มีคำอธิบายดังนี้ว่า สมณะหรือ พราหมณ์ที่ยิ่งกว่าพระผู้มีพระภาคเจ้า ในฝ่ายกุศลธรรมย่อมไม่มี. พระสารี- บุตรเมื่อจะแสดงว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าเท่านั้นทรงเป็นผู้ยอดเยี่ยมในกุศล- ธรรมทั้งหลาย ด้วยประการฉะนี้ ดังนี้แล้ว ย่อมแสดงว่า ข้าแต่พระ องค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์มีความเลื่อมใสในพระผู้มีพระภาคเจ้าอย่างนี้ ด้วย เหตุแม้นี้ ดังนี้. ในคำว่า อปรํ ปน เป็นต้น นอกจากนี้ เราจะพรรณนา เพียงข้อที่แตกต่างกันเท่านั้น. ส่วนคำที่เหมือนกับวาระข้างต้น พึงทราบ ตามนัยที่กล่าวแล้วแล.


หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ