เล่มที่ 14
ส่วนที่ 307
หมวด: พระไตรปิฎก ฝ่าย: ลำดับ: 307 อ้างอิง: Book 14, Section 307 ประเภท: section
เนื้อหา
พระกุมารกัสสป. ท่านพระยา ถ้าอย่างนั้น อาตมาจัก- อุปมาให้ฟัง ด้วยว่าวิญญูชนบางพวกในโลกนี้ ย่อมเข้าใจอรรถแห่งคำภาษิต ด้วยข้ออุปมา. ท่านพระยา เรื่องเคยมีมาแล้ว ชนบทแห่งหนึ่งตั้งขึ้นแล้ว. ครั้ง นั้น สหายคนหนึ่งพูดชวนสหายคนหนึ่งว่า มาเถิดเพื่อน เราจักไปทางชนบทนั้น ถ้าโชคดีคงจะพบทรัพย์อะไร ๆ ที่ชนบทแห่งนั้นกันบ้าง. สหายก็รับคำว่า ไป ซิเพื่อน. สองสหายเข้าไปยังทางหมู่บ้านแห่งหนึ่งของชนบท ได้พบป่านเป็น อันมากที่เขาทิ้งไว้ ณ หมู่บ้านนั้น ครั้นแล้ว ก็เรียกเพื่อนมาบอกว่า เพื่อนนี้ ป่านเป็นอันมาก เขาทิ้งแล้ว เจ้าจงมัดห่อป่านของเจ้า ข้าก็จักมัดห่อป่านของข้า เราสองคนจักหอบห่อป่านไปกันนะ. สหายก็รับคำ เอาซิเพื่อน แล้วหอบห่อ ป่านไป. สองสหายหอบห่อป่านเข้าไปยังทางหมู่บ้านอีกแห่งหนึ่ง พบด้ายป่าน เป็นอันมาก ที่เขาทิ้งไว้ ณ บ้านแห่งนั้น. ครั้นแล้ว สหายก็เรียกสหายมาบอกว่า เพื่อน เราปรารถนาป่านเพื่อประโยชน์อันใด ประโยชน์อันนี้ก็คือ ด้ายป่านที่เขา ทิ้งมากมาย เพื่อน ถ้าอย่างนั้น เจ้าจงทิ้งห่อป่านเสีย ข้าก็จักทิ้งห่อป่านเหมือนกัน เราทั้งสองจักแบกมัดด้ายป่านไปกันนะ. สหายอีกคนหนึ่งบอกว่า เพื่อน ห่อป่านนี้ เราหอบมากันไกลแล้ว ทั้งก็มัดไว้ดีแล้วด้วย ข้านะพอแล้วละ เจ้าจงรู้ไว้ด้วย. สหายคนนั้น ก็ทิ้งห่อป่านเสียแล้ว ถือเอาด้ายป่านไป. สองสหายเข้าไปยัง หมู่บ้านอีกแห่งหนึ่ง พบผ้าป่านเป็นอันมาก ที่เขาทิ้งไว้ ณ บ้านแห่งนั้น. ครั้นแล้ว สหายก็เรียกสหายมาบอกว่า เพื่อน เราปรารถนาป่านหรือด้าย ป่านเพื่อประโยชน์อันใด ประโยชน์อันนี้ก็คือผ้าป่านที่เขาทิ้งไว้มากมาย เพื่อน ถ้าอย่างนั้น เจ้าจงทิ้งห่อป่านเสีย เราก็จักทิ้งมัดด้ายป่านเสียเหมือนกัน เรา- ทั้งสองจักถือเอาห่อผ้าป่านไปกันนะ. สหายอีกคนหนึ่งก็บอกว่า เพื่อน ห่อป่าน ของข้านี้ ข้าหอบมาไกลแล้วทั้งก็มัดไว้ดีแล้วด้วย ข้านะพอแล้ว เจ้าจงรู้ไว้ด้วย. สหายคนนั้น ก็ทิ้งมัดด้ายป่านเสียแล้ว หอบห่อผ้าป่านไป. สองสหายเข้าไปยังทาง หมู่บ้าน อีกแห่งหนึ่ง ก็พบเปลือกไม้เป็นอันมาก ที่เขาทิ้งไว้ ณ บ้านแห่งนั้น. แล้วก็พบด้ายเปลือกไม้ที่เขาทิ้งไว้มากมาย พบผ้าเปลือกไม้ พบฝ้าย พบด้าย ฝ้าย พบผ้าฝ้าย พบเหล็ก พบโลหะ พบดีบุก พบสำริด พบเงิน ในที่สุด พบทอง. สหายคนที่หนึ่งจึงเรียกสหายคนที่สองชวนว่า นี่แน่ะ เพื่อน เรามา แสวงโชคเพื่อประโยชน์แก่สิ่งอันใด ไม่ว่าจะเป็นป่าน ด้ายป่าน ผ้าป่าน เปลือกไม้ ด้ายเปลือกไม้ ผ้าเปลือกไม้ ฝ้าย ด้ายฝ้าย ผ้าฝ้าย หรือเหล็ก โลหะ ดีบุก สำริด หรือเงิน ทองที่เขาทิ้งไว้มากมายถ้าอย่างนั้น เจ้าจงทิ้งห่อป่านเสียเถิด ข้าก็จักทิ้งห่อเงิน เราทั้งสองก็จะแบก ห่อทองพากัน ไป. สหายคนที่สองพูดว่า เพื่อนเอ๋ย ห่อป่านนี้นะ ข้าหอบมา ไกลแล้วทั้งก็มัดไว้ดีด้วย ข้าน่ะพอแล้ว เจ้าจงรู้ไว้ด้วย. คราวนั้น สหายคนที่- หนึ่ง จึงทิ้งห่อเงินเสียแล้ว แบกเอาห่อทองไป. ทั้งสองสหายก็พากันกลับบ้าน ของตน. ในสองสหายนั้น สหายคนที่สองนั้นแบกห่อป่านไปบ้าน บิดามารดา ของเขามิได้ดีใจด้วยเลย บุตรภริยา มิตรสหายก็ไม่ดีใจ เขาไม่ได้ประสบ ความสุขโสมนัส เพราะห่อป่านของเขานั้น. ส่วนสหายคนที่หนึ่ง แบกห่อทอง ไปบ้าน บิดามารดาของเขาก็ดีใจ ทั้งบุตรภริยา ทั้งมิตรสหาย ก็พากันดีใจ ไปด้วย เขาได้ประสบความสุขโสมนัสเพราะห่อทองของเขานั้น. ท่านพระยา ข้ออุปมานั้นฉันใด แม้ข้ออุปมัยนี้ก็ฉันนั้นเหมือนกัน ท่านพระยาน่าจะรู้ตัวดีว่า ท่านพระยาเปรียบเหมือนสหายคนหอบห่อป่าน ท่านพระยาโปรดสละความเห็น ชั่วนั้นเสียเถิด ขอความเห็นชั่วนั้น อย่าได้มีแก่ท่านพระยา เพื่อสิ่งมิใช่ประโยชน์ เกื้อกูล เพื่อความทุกข์ตลอดกาลนานเลย.
หมายเหตุ: เนื้อหาจัดระเบียบตามโครงสร้างแบบดั้งเดิม รักษาการอ้างอิงและลำดับตามต้นฉบับ